เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีผลการตรวจสอบ 15,000 คน ผู้ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่น หลังพบข้อเท็จจริงประกาศผลคะแนนกับไฟล์กระดาษคำตอบไม่ตรงกัน ประมาณ 5,000 คน ว่า สะท้อนถึงการร่วมกันโกง ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาล เพราะรัฐบาลไม่ได้โกง และไม่ได้มีส่วนร่วมในการโกง ไม่ได้สนับสนุน เขาก็คงอาศัยช่องโหว่ หรือมองว่ากระบวนการนี้ มันยังมีการดำเนินไป หลักฐานและข้อมูลต่าง ๆ ก็จะต้องถูกกำจัดไป และถูกทำลายภายในระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งเขาก็คงหวัง พอถึงระยะเวลา ทุกอย่างก็จบกันไป เขาทํามาเคยแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ ตนได้ยกเลิกการสอบไปครั้งหนึ่งแล้ว เพื่อจะได้มารับมือกับแก๊งเหล่านี้ บางคนไปบอกว่าที่ยกเลิกไป แล้วยังไม่สอบ เพราะยังหาลูกค้าไม่ครบ ก็พูดไปแบบผีเจาะปากมาพูด ไม่ได้ความ
เมื่อถามต่อว่า ในส่วนของข้าราชการที่มีการบรรจุไปแล้ว ได้ทำงานแล้ว และมีการรับเงินเดือนไปแล้ว จะดำเนินการอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ใครผิดมันก็มีกระบวนการอยู่ ถ้าผิดในเรื่องนี้ ไม่ต้องรอศาล เป็นอำนาจการบริหารจัดการภายในกระทรวงมหาดไทย ถ้าที่มาไม่ถูก ก็ต้องยกเลิกที่มา ซึ่งก็เป็นอำนาจของปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าส่วนราชการในการจะออกประกาศระงับ
เมื่อถามอีกว่า มีการตั้งคําถามว่าเราจะปล่อยให้ 5,000 คน อยู่ในตําแหน่งไปจนถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูล ซึ่งใช้เวลานาน นายกฯ กล่าวว่า คงไม่ถึงตรงนั้น ในส่วนที่เป็นการบริหารภายในกระทรวงมหาดไทย ถ้าเรามีหลักฐานเป็นที่ประจักษ์ว่า ตรงนี้ทุจริตแน่ เราก็คงต้องเพิกถอนเรื่องของการบรรจุ และเงินเดือนที่จ่ายไป ก็ต้องเรียกคืน เป็นสิทธิของกระทรวง ที่ต้องทําการฟ้อง ในการดำเนินคดีอาญา เพราะถือว่าที่มาที่ไปไม่ถูกต้อง ซึ่ง ป.ป.ช. จะเป็นผู้ดำเนินการในเรื่องของการทำผิดทางราชการ แต่ด้านการบริหารจัดการข้อสอบ ถ้าคะแนนไม่ตรงกับที่ประกาศไว้ สิ่งที่เราต้องพิสูจน์ คือพิสูจน์ว่าใครแก้ข้อสอบนี้ ที่มาที่ไปจริงหรือไม่ เพราะว่ามันสกรีนแผ่นกระดาษคําตอบ ถ้ามันไม่ตรงกับที่ประกาศก็ชัดเจน เราก็ต้องใช้ระเบียบการบริหารในกรม ในกระทรวงมหาดไทยดำเนินการ
เมื่อถามย้ำว่า จะต้องตรวจสอบการสอบข้าราชการท้องถิ่นปี 2568 ทั้งหมด 4 แสนรายชื่อหรือไม่ เพราะขณะนี้ตรวจสอบเพียง 15,000 รายชื่อ นายกฯ กล่าวว่า ต้องสอบทั้งหมดทุกคนอยู่แล้ว กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามขอบเขต ซึ่งตอนนี้มีการบรรจุไปแล้ว 15,000 คน ก็เอาตรงนี้มาตรวจสอบก่อน
เมื่อถามต่อว่า 4 แสนรายชื่อจะนํามาขยายผลตรวจสอบต่อหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ป.ป.ช. สำนักงานคณะกรรมป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กําลังดำเนินการอยู่ ส่วนที่ต้องใช้พนักงาน และหน่วยงานสืบสวนสอบสวน เขาก็ดำเนินการไป ซึ่งกระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าทุกข์ อาจต้องไปแจ้งความดำเนินคดี
เมื่อถามถึงกรณีความคืบหน้าการบุกเข้าตรวจค้นบ้านพักข้าราชการระดับสูงใน จ.นนทบุรี และพบหลักฐานการแก้ไขคะแนนในกระดาษคำตอบ ตอนนี้ยังติดตามตัวไม่ได้ นายกฯ กล่าวว่า ปกติข้าราชการที่ไป เขาอาจจะไปตั้งหลัก เขาไปไหนไม่ได้หรอก เพราะเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป
เมื่อถามต่อว่า มั่นใจได้หรือไม่ว่าเขาจะไม่หนี นายกฯ กล่าวว่า ไปการันตีแทนเขาไม่ได้ ถ้าเขาหนีก็เอาเป็นว่า อยู่ในเมืองไทยไม่ได้ก็แล้วกัน ถ้าคิดว่าเขาจะไป เพราะอันนี้เป็นเรื่องของการทุจริต คดีไม่มีอายุ
เมื่อถามอีกว่า คดีทุจริตมาทำลายความเชื่อมั่นรัฐบาลหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่เกี่ยว รัฐบาลมาสร้างความเชื่อมั่น มาปราบปราม ยังไม่เคยมีรัฐบาลไหน เข้ามาปราบปรามแล้วสรุปผล และดำเนินการได้เร็วเท่ารัฐบาลชุดนี้ มันไม่ใช่เพราะฝีมืออะไรหรอก แต่เราไม่เห็นแก่หน้าใครทั้งนั้น และเรารังเกียจในเรื่องพวกนี้ พูดชัดเจน เห็นหรือไม่เราก็ใช้หน่วยงานที่มีความประสงค์จะเข้ามาดำเนินการ สืบสวนสอบสวน หรือดำเนินคดี เราถือว่าเป็นทีมเดียวกัน เข้ามาช่วยกันชะล้างความสกปรกให้ออกไปจากระบบ ซึ่งอาจจะไปเจอวงอื่นอีกก็ได้



