เมื่อวันที่ 4 ก.ค. น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กทม.พรรคประชาชน แชร์โพสต์นายอธึกกิต แสวงสุข หรือ “ใบตองแห้ง” คอลัมนิสต์และนักวิเคราะห์การเมืองชื่อดัง ที่ระบุข้อความว่า คนที่ไม่ได้ไปต่อกับพรรคส้มน่ะ เห็นใจอยู่นะ บางคนก็มีจุดยืนอุดมการณ์ ไม่เห็นด้วยกับโหวตเปลี่ยนชื่อพระคลังข้างที่ ไม่เห็นด้วยกับโหวตอนุทิน (แม้สุดท้ายต้องโหวตตามมติพรรค)
พอไม่ได้ไปต่อก็คิดว่าเพราะตัวเองหัวแข็ง ไม่เชื่อฟัง แถมการแจ้งว่าไม่ได้ไปต่อก็บอกกันสั้นๆ ไม่รู้จักถนอมน้ำใจ แต่อีกมุมหนึ่งก็ไม่รู้จะบอกยังไงเหมือนกัน ว่าการเป็น สส. มันไม่ได้มองเฉพาะจุดยืน มันมีเรื่องของผลงาน ความสามารถ ความเหมาะสม การทำงานเป็นทีม ทำงานกับคนอื่นได้ ฯลฯ
ซึ่งถ้าพรรคประเมินแล้วว่าไม่ได้ไปต่อ หรือได้อันดับไกลออกไป มันก็เป็นธรรมดาที่ไม่มีใครยอมรับหรอก ทุกคนต้องประเมินตัวเองว่าควรจะได้ไปต่อ ทุกคนต้องบอกว่าไม่ยุติธรรม เป็นเพราะอย่างนั้นอย่างนี้หรือเปล่า คนโน้นคนนี้มีเส้นหรือเปล่า ฯลฯ
สมมุติเขาเป็นเพื่อนคุณ มาปรับทุกข์กับคุณ แล้วคุณจะบอกไหมว่า เออนะ เปรียบเทียบกับคนอื่นๆ แล้ว เพื่อนก็ไม่น่าได้ไปต่อนั่นแหละ คงโกรธกันตาย ธรรมชาติมนุษย์
โดย น.ส.ธิษะณา ระบุว่า แต่เอาคนแบบสุรพล แบบคนมีคดีข่มขืนกระทำชำเราลง สส.? ไปเทียบกับคนได้ไปต่อที่ไร้ผลงานใดๆ อภิปรายไม่ถึงสิบหนผ่านมาสามปี ไม่มีแม้แต่อุดมการณ์ เรียกได้ว่าไม่ทำงานเลยก็ว่าได้ เดินบนถนนคนไม่รู้เป็น สส. มีนับร้อย 555 สส. กดปุ่ม แบบนี้เรียกทำงานเป็นทำงานเก่ง?
และไม่ต้องมา “สงสาร” พรรคกระจอกลูกไล่อนุทิน มีแต่โจรข่มขืนเต็มพรรค คนออกมาได้ถือว่ามีบุญ และมันเป็นคนมา “ขอ” ให้ดิฉันไปลงให้ไม่เคยคิดสมัครไปเองเลยตอนปี 66 เพราะไม่มีคนลงให้กระจอกเกินจนไม่มีคนมาสมัครลง สส. ครบทุกเขตใน กทม. ณ ตอนนั้น
เสีย กทม. รอบนี้โดยได้เสียงไม่ถึงครึ่งหนึ่ง (25 เขต) ทั้งที่ตอนเลือกตั้งใหญ่ชนะทุกเขต แพ้มัลลิกาย่อยยับ มันจะแพ้เลือกตั้งใหญ่รอบหน้าอีกแน่นอน กระจอกอย่างพวกมัน
ได้ให้เท่าอดีตพรรคชาติพัฒนาก่อนเทียบกับครอบครัวดิฉันยังได้แค่ฝันลมๆ แล้งๆ



