หนึ่งความเคลื่อนไหวสำคัญในการเมืองไทย อย่างความพยายามคลอด กฎหมายนิรโทษกรรม เดินหน้าใกล้ถึงเส้นชัยเข้าไปทุกที โดยหลังจาก สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 มีมติให้ความเห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. … เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2568 ได้ไม้ส่งต่อเข้าสู่การพิจารณาของ วุฒิสภา ซึ่งลงมติรับหลักการในวาระ 1 เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2568 โดยแต่งตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ที่มี พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เป็นประธาน กมธ. แต่เมื่อเกิดการประกาศยุบสภาในเดือน ธ.ค. 2568 ทำให้ร่างกฎหมายฉบับนี้ต้องตกไปด้วย
ต่อมา คณะรัฐมนตรีในรัฐบาล “อนุทิน 2” ร้องขอต่อรัฐสภาเพื่อให้พิจารณาร่างกฎหมายที่ค้างอยู่ต่อจากขั้นตอนเดิม และที่ประชุมร่วมของรัฐสภาได้มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการต่อไปได้ ทำให้ กมธ.วิสามัญชุดนี้เดินหน้าต่อในการศึกษาและปรับปรุงเนื้อหาของร่างฯ เป็นเวลา 60 วัน จนเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2569 ก่อนจะนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมวุฒิสภาในวาระ 2 และวาระ 3 เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2569 มีมติเห็นชอบร่างกฎหมายฉบับนี้ที่มีบทบัญญัติ 13 มาตรา
ขั้นตอนต่อไป วุฒิสภาจะส่งร่างฯ กลับไปขอความเห็นชอบจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในสิ่งที่ สว. ปรับแก้ไขในร่างฉบับที่มาจากสภาล่าง ซึ่งหากมีมติเห็นชอบ ก็จะเข้าสู่การนำร่างกฎหมายขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยในการตราเป็นกฎหมาย และประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

@ หลักการพื้นฐานของร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ
คือ การกำหนดให้ผู้กระทำความผิดเนื่องจาก การชุมนุมทางการเมืองและการแสดงออกทางการเมือง ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2548-16 ก.ค. 2568 พ้นจากความรับผิดตามกฎหมาย ทั้งในทางแพ่งและทางอาญา รวมทั้งกำหนดให้มีมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว
ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ กำหนดให้มี คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข จำนวน 9 คน ซึ่งมีอำนาจหน้าที่วินิจฉัยการได้รับนิรโทษกรรมและการพ้นจากความรับผิด สำหรับผู้ที่กระทำความผิดที่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง
1) ประธานกรรมการ คือ นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมาย
2) รองประธานกรรมการ คือ รมว.ยุติธรรม
3) กรรมการโดยตำแหน่ง 2 คน คือ ปลัดกระทรวงยุติธรรม และเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)
4) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนภาคส่วนต่างๆ (5 คน) คือ
- ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย สิทธิมนุษยชน หรือกระบวนการยุติธรรมทางอาญา (ผ่านความเห็นชอบจากวิปรัฐบาล) 1 คน
- ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย สิทธิมนุษยชน หรือกระบวนการยุติธรรมทางอาญา (ผ่านความเห็นชอบจากฝ่ายค้าน) 1 คน
- ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย สิทธิมนุษยชน หรือกระบวนการยุติธรรมทางอาญา (ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย) 1 คน
- ผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรภาคประชาสังคม (เสนอชื่อโดยประธานสภาผู้แทนราษฎร) 1 คน
- ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี 1 คน (ทำหน้าที่กรรมการและเลขานุการ)
@ ประเด็นที่แก้ไขในชั้นวุฒิสภา
- แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 11 โดยกำหนดให้ไม่สามารถยุติคดีหรือใช้มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญา กับผู้ที่กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ได้ในทุกกรณี แม้ผู้กระทำความผิดจะเป็นเด็กหรือเยาวชน
- เพิ่มเติมหลักการไม่นิรโทษกรรมในคดีที่มีเหตุจากการกระทำความผิดในลักษณะของการฮั้วเลือก สว.
- เพิ่มอำนาจให้คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข สามารถเรียกเอกสาร สิ่งของ หรือบุคคลมาให้ข้อมูลได้ เพื่อรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของรัฐ รวมทั้งระบุเพิ่มเติมให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการฯ ซึ่งได้กระทำโดยสุจริตได้รับความคุ้มครอง
- ขยายฐานความผิด จากเดิมที่ระบุ 12 ฐานความผิดในร่างแรก เพิ่มเป็น 42 ฐานความผิด เพื่ออำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้จริง

@ บัญชีแนบท้าย ของร่าง พ.ร.บ.นี้ ระบุความผิดตามศักดิ์ของกฎหมาย รวมทั้งสิ้น 29 ฉบับ ครอบคลุม 42 ฐานความผิด
อาทิ ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113, ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 135/1 (2) หรือ (3) มาตรา 135/2 และมาตรา 135/3, ความผิดตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558, ความผิดตาม พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551, ความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ. 2493
@ ข้อยกเว้นการนิรโทษกรรมทางกฎหมาย
ร่างกฎหมายระบุข้อยกเว้นว่าจะไม่มีผลนิรโทษกรรมให้แก่การกระทำความผิดดังนี้
- การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 (การหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย ต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์)
- การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 110 (ความผิดฐานประทุษร้ายต่อพระองค์หรือเสรีภาพของพระราชินีหรือรัชทายาท หรือต่อร่างกายหรือเสรีภาพของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์)
- การกระทำความผิดฐานทุจริตหรือประพฤติมิชอบ
- การกระทำความผิดที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หรือเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297

กลุ่มที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้
1.กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (เสื้อเหลือง) : แกนนำและผู้ร่วมชุมนุมในคดีปิดล้อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมือง คดีดาวกระจาย และการชุมนุมระหว่าง ปี 2549-2551 จะได้รับประโยชน์ เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้ส่งผลให้เกิด การนิรโทษกรรมทางแพ่งครั้งแรก ในประวัติศาสตร์ไทย ยุติการบังคับคดีแพ่งที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเป็นเงินต้นรวมดอกเบี้ย กว่า 1,000 ล้านบาท
2.กลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) : แกนนำและผู้ร่วมชุมนุมขับไล่รัฐบาลและการปฏิบัติต่างๆ ในช่วง ปี 2556-2557 จะได้รับการล้างความผิดในข้อหาฉกรรจ์ รวมถึงข้อหาก่อการร้าย บุกรุกสถานที่ราชการ และข้อหากบฏซึ่งเดิมมีอัตราโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต
3.แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปก.) และแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) : แกนนำและผู้ชุมนุมในเหตุการณ์ทางการเมือง ระหว่าง ปี 2550-2553 ได้รับนิรโทษกรรมในส่วนของคดีฝ่าฝืนพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) และการชุมนุมสาธารณะทั่วไป **แต่กรณีของผู้เกี่ยวข้องในความผิดที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ยังต้องรับโทษตามกฎหมายต่อไป
4.ขบวนการนักศึกษาและประชาชนฝ่ายต่อต้านคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ทำกิจกรรมเคลื่อนไหวระหว่าง ปี 2557-2561
5.กลุ่มราษฎร / คณะราษฎร 2563 และเยาวชนปลดแอก (คดีทั่วไป) : นักกิจกรรมและผู้ร่วมเคลื่อนไหวในช่วงปี 2563-2565 จะได้รับการจำหน่ายคดีความผิดลหุโทษ คดีกีดขวางการจราจร และคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกจากระบบยุติธรรมทั้งหมด

@ กลุ่มข้อยกเว้นที่ไม่ได้รับการนิรโทษกรรม
1.ผู้ต้องหาและผู้ต้องขังคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และมาตรา 110
2.กลุ่มเด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ในคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
3.ผู้ถูกดำเนินคดีความผิดร้ายแรงต่อชีวิตและร่างกาย ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 จะต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีตามปกติ
ต้องจับตาดูกันต่อไปว่า กฎหมายนิรโทษกรรมการเมืองฉบับนี้จะไปถึงฝั่งฝันหรือไม่ เพราะไม่ได้แค่การลุ้นผลสภาผู้แทนฯ จะลงมติตอบรับร่างฯ ที่ สว. ได้ปรับแก้ไข หรือไม่ แต่อาจจะมีกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งออกมาเคลื่อนไหวคัดค้าน จากกรณีไม่ล้างความผิดให้ผู้ต้องคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หรือจะมีปัจจัยทางการเมืองอื่นใดในอนาคตเข้าแทรกให้ส่อแท้งอีกครั้ง.



