เมื่อเวลา 20.10 น. วันที่ 28 มิ.ย. ที่สเตเดียมวัน เขตปทุมวัน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ได้แถลงข่าวถึงผลการเลือกตั้งที่มีคะแนนมาเป็นอันดับหนึ่ง ว่า ขอทำงานอย่างเต็มที่ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ขอบคุณประชาชนที่ออกมาให้คะแนนเสียง ถือว่าเป็นความสวยงามของระบอบประชาธิปไตย เมื่อวานไปเจอครอบครัวหนึ่งมาบอกว่าเลือกคนเดียวกัน เป็นเรื่องน่ารัก

“ขอรับใช้ทุกคนต่อไป หากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยืนยันคะแนนแล้ว สิ่งแรกที่ทำคือแผนทั้งหมด 260 แผน มาทำเป็นแผนยุทธศาสตร์ จัดลำดับความสำคัญ และทำแผน 100 วันว่าต้องทำอะไรบ้าง แต่เรื่องแรกต้องทำสิ่งที่ยากก่อน เพราะใช้เวลาในการดำเนินการ ไม่ว่าจะเรื่องกฎหมายหรืออะไรก็ตาม สิ่งที่ประชาชนกังวลในช่วงเลือกตั้งคือเรื่องความโปร่งใส เรื่องทุจริตคอร์รัปชัน ต้องทำต่ออย่างเข้มข้น ไม่ให้ประชาชนผิดหวัง”

โดยนายชัชชาติ ยืนยันจะเดินหน้าต่อ เชื่อว่า 4 ปีที่ผ่านมา เราทำงานอย่างเข้มข้นและจะทำให้เข้มข้นต่อไป รวมทั้งโครงการต่างๆ ถ้าต้องการจะตรวจสอบนโยบายสามารถดูได้ในเพจทีมชัชชาติ นี่คือพันธสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน

นายชัชชาติ กล่าวต่อไปว่า เมื่อประมาณ 1 ชั่วโมงก่อน นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร (ดร.โจ) ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชน ก็โทรมาคุยกัน ได้ฝากนโยบาย ตนอ่านนโยบายทุกพรรคมีข้อดีหลายอัน ดร.โจ จะเน้นในเรื่องของศูนย์เด็กเล็ก โครงการป้องกันน้ำท่วม ต้องทำงานร่วมกันต่อไป

“ตนไม่มีปัญหาไม่ว่าใครจะมา ทุกคนก็ผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว เป็นพันธมิตรคุยกันได้ เป็นส่วนร่วมในการพัฒนา ทุกคะแนนที่ประชาชนให้มามีค่า ไม่ว่าจะโหวตให้ใครก็ตาม และแจ้งให้ทุกคนช่วยกันเพื่อหาคำตอบที่ดีที่สุดให้กับกรุงเทพฯ”

นายชัชชาติ กล่าวอีกว่า สุดท้ายต้องรอคะแนนจาก กกต. ซึ่งตอนนี้คะแนนนำอยู่ สิ่งที่ดีใจคือไม่แน่ใจว่าสุดท้ายคะแนนจะออกมาเป็นอย่างไร แต่ถ้าดูเปอร์เซ็นต์สูงกว่าครั้งที่แล้ว ครั้งนี้ 61% ขอบคุณทีมงานทุกคน ที่ตนมายืนอยู่ตรงนี้ไม่ใช่ตัวคนเดียว ทุกอย่างมาจากทีมงาน ทีมซัพพอร์ต รวมถึงสื่อมวลชนที่ช่วยสื่อสารนโยบาย กรุงเทพมหานครจะเดินหน้าได้เพราะพวกเราทุกคน ไม่ใช่เพราะชัชชาติหรือคนบางส่วน ทุกคนต้องจับมือกันและเดินหน้าต่อ 4 ปี กรุงเทพฯ ต้องเป็นเมืองชั้นนำและสามารถแข่งขันกับเมืองต่างๆ ทั่วโลกได้

“ตอนนี้ตื่นเต้นแม้จะเป็นครั้งที่สอง ตนมาด้วยความยำเกรง ไม่ใช่แค่ชัยชนะ แต่เป็นคำสั่งของประชาชน และรู้เลยว่างานไม่เบา งานหนัก นี่คือเวลาที่ต้องเตรียมตัวมา คิดให้ถี่ถ้วน อะไรต้องทำต่อให้เข้มข้นต่อไป ตนบอกทีมงานว่าให้ทีมงานฉลองได้คืนนี้คืนเดียว พรุ่งนี้ต้องเริ่มคิดจัดลำดับความสำคัญ เราต้องเจอทีมงาน เจอข้าราชการ ต้องถ่ายทอดรายละเอียด วันแรก วินาทีแรกที่เราทำงาน ทุกคนรู้เป้าหมายร่วมกันและสามารถเดินไปข้างหน้าด้วยกันได้”

นายชัชชาติ ยังขอบคุณ นายแสนปิติ สิทธิพันธุ์ (น้องแสนดี) บุตรชาย ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างเสมอ ไม่เคยปล่อยให้ตนอยู่อย่างโดดเดี่ยว เราจะเดินไปด้วยกันและจะวางแผนนโยบายเพื่อกรุงเทพฯ ต่อไป

นายชัชชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงผลคะแนนที่ได้มา เหมือนจะโล่งใจหรือไม่ เพราะช่วงหาเสียงมีความท้าทายเยอะ ว่า ไม่เป็นไร ตนอยู่มา 4 ปี มีจุดอ่อนให้คนโจมตีเยอะ เป็นเรื่องธรรมดา ก็ชี้แจงตรงๆ ขอบคุณที่ประชาชนเข้าใจ นี่คือสิ่งสำคัญที่สุด ที่ผ่านมาของนิด้าโพล ตนก็ขึ้นตลอด ไม่ว่าจะมีกระแสอะไร ต้องทำตัวให้ดีขึ้นให้สมกับที่ประชาชนไว้ใจ กำจัดข้อกังขาทั้งหมด สร้างความไว้วางใจให้ประชาชนมากขึ้น

เมื่อถามว่า 4 ปีจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของกรุงเทพฯ คืออะไร นายชัชชาติ เผยว่า ทั้งสามมิติ เรื่องของคุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม การศึกษา ประสิทธิภาพของเมืองต้องดีขึ้น อนาคตจะต้องดึงการลงทุนธุรกิจต่างๆ ถ้าเศรษฐกิจโตขึ้น คนก็จะมีชีวิตที่ดี ต้องไปด้วยกัน เมืองมีประสิทธิภาพมากขึ้น ใช้พื้นที่เหมาะสมในการพัฒนาเมือง ต้องดูแลทุกคนอย่างเท่าเทียม

เมื่อถามว่า นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ได้โทรมายินดีหรือไม่ นายชัชชาติ เผยว่า ตนไม่รู้ว่าใครโทรมา ดร.โจ ก็คุยกัน เสียดายมีเวลาสั้นไปหน่อย 30 วัน ถ้ามีเวลาเยอะกว่านี้จะได้ถ่ายทอดนโยบายได้ เพราะนโยบายพรรคประชาชนก็มีหลายข้อที่ตนศึกษาอยู่ เชื่อว่านำไปใช้ด้วยกันได้ จะได้มานั่งคุยกันและหาทางร่วมมือกัน ส.ก. พรรคประชาชน มีหลายคนที่จะมาร่วมงาน เชื่อว่าจะได้ทำงานต่อไปในอนาคต

เมื่อถามว่า วันพรุ่งนี้ (29 มิ.ย.) จะไปปฏิบัติภารกิจอะไรเป็นภารกิจแรก และ กกต. ยังไม่รับรอง จะสามารถทำเรื่องอะไรได้บ้าง นายชัชชาติ กล่าวว่า หัวใจสำคัญคือถ่ายทอดนโยบายเป็นแผนยุทธศาสตร์ให้ได้ เราต้องการคน กทม. 80,000 คนที่เป็นเจ้าหน้าที่ ให้ไปกับแผนของเราให้ได้ พรุ่งนี้นัดทีมงานที่เรานำเสนอนโยบาย จะเปลี่ยนเป็นแผนงานอย่างไร จะมี KPI, OKR อย่างไรในแต่ละหน่วยงาน กกต. รับรองวันแรก ทุกคนมีเป้าหมาย นี่คือสิ่งสำคัญ จะต้องมีแผนยุทธศาสตร์นำไปสู่การปฏิบัติ ต้องดูแต่ละสำนัก แต่ละเขตมีแผนการอย่างไร นี่คือเรื่องสำคัญ

สำหรับทีมที่ปรึกษาจะตัดสินใจเลือกเองหรือไม่ เพราะตลอดการหาเสียง ที่ปรึกษาเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุด นายชัชชาติ เผยว่า ต้องพูดคุยกัน เพราะทุกคนที่มาทำไม่ได้หวังตำแหน่งอะไร ต้องดูความเหมาะสม ใครอยู่ตรงไหนเหมาะสม รวมถึงตำแหน่งรองผู้ว่าฯ จะมีการขยับปรับแต่ง คนที่มาไม่มีปัญหาอะไร เพราะไม่ได้หวังอำนาจ หวังวาสนา หวังแค่เอาปัญญามาแก้ไข หวังว่าช่วยแก้กรุงเทพฯ ให้ดีขึ้น

“4 ปีนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เราต้องบอกกับทีมงานว่าเราต้องตอบแทนให้ประชาชน อย่าทำให้เขาเสียความไว้วางใจ ต้องทำงานให้หนัก ทำงาน ทำงาน ทำงาน เป็นคีย์เวิร์ดที่ต้องทำ ตอบโจทย์ประชาชน หัวใจคือเอาเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ เพื่อให้ทำน้อยแต่ได้ผลลัพธ์เยอะ”