จากกรณีที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) สนธิกำลังร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช. เข้าตรวจค้นบ้านพักย่านบางใหญ่ จ.นนทบุรี หลังสืบทราบว่าเป็นแหล่งแก้ไขคะแนนสอบเพื่ออัปเกรดให้ผู้สมัครสอบท้องถิ่นปี 68 โดยมีการแฉพฤติกรรมเรียกรับเงินหัวละ 3.5 ถึง 8 แสนบาท พร้อมรวบตัว ผอ.กองยุทธศาสตร์ฯ เมืองเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นตัวการสำคัญ ส่งผลให้มีมูลค่าความเสียหายรวมทะลุ 4,500 ล้านบาท ตามที่ข่าวเสนอไปนั้น
อ่านข่าวต่อ : ล้างบางโกงสอบท้องถิ่น 4.5 พันล้าน! “อนุทิน” สั่งยกเลิกผลสอบ ลั่นไม่กลัวฟ้อง-กร้าวพวก “ขายชาติ”
กระแสยังไม่จบเพียงเท่านั้น หลังล่าสุดเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. “นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์” หรือ “เต้” ได้เคยออกมาพูดถึงกรณีการทุจริตการสอบท้องถิ่น พร้อมอธิบายว่า “จะมีการสอบท้องถิ่นเดือนหน้า ประมาณวันที่ 7 ธ.ค. 2568 ซึ่งอั้นมานาน 4 ปี ด้วยกัน ไม่ได้สอบท้องถิ่นมานาน ซึ่งผมได้ข้อมูลล่าสุดมานะครับ ตอนนี้แต่ละสายให้เร่งส่งรายชื่อคนที่จะจ่ายเงิน ปวส. เข้าบรรจุรับราชการ และ ป.ตรี เข้าบรรจุรับราชการท้องถิ่น โดยที่เข้าไปกามั่วนะครับ ก็มีราคาตั้งแต่ 500,000, 600,000, 700,000 และ 800,000 แล้วแต่สาย เขาให้เร่งส่งรายชื่อในแต่ละจังหวัดภายในวันที่ 15 นั่นคือวันพรุ่งนี้ ซึ่งหมายความว่าคนที่จะสอบผ่าน สอบท้องถิ่นครั้งนี้ ตัวจริงจะได้ประมาณ 5,900 อัตราด้วยกัน ประมาณนะครับ แล้วขึ้นบัญชีประมาณ 2 เท่า แล้วเป็นเรตราคาทุจริตกัน ก็จะมีกลุ่มลูกค้ากลุ่มเดิมเมื่อ 2 ปีที่แล้ว แล้วก็ปีปัจจุบันที่เก็บเพิ่มมา ก็จะมีการมัดจำ 70,000, 80,000, 100,000 และ 150,000 บาท แล้วแต่สาย แต่ถ้าเป็นหัวคะแนนนักการเมืองจะฟรี แบบหัวคะแนนใกล้ชิด สส. หรือหัวคะแนนเลยจะได้ตั๋วฟรี เพราะทำหน้าที่ซื้อเสียงให้กับ สส. ท่านนั้น”

อีกทั้ง “แล้วก็แบ่งไปตามสายข้าราชการท้องถิ่น รวมทั้งนายก อบต. และ ปลัดด้วย ไม่ได้ทุกคนนะ แต่แบ่งไปตามสาย เฉลี่ยแล้วจังหวัดหนึ่งประมาณสักไม่ถึง 100 คน ขึ้นอยู่กับว่าซี้กับนักการเมืองในจังหวัดนั้นมากน้อยแค่ไหน การสอบการเมืองท้องถิ่นครั้งนี้อยู่ภายใต้กระทรวงมหาดไทย โดยท่านอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นท่านรัฐมนตรีมหาดไทย แต่คนที่กำกับดูแลคือ ทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย ที่คุมกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และการสอบครั้งที่แล้ว ยกเลิกการประมูลไป เป็นของบูรพา ตอนนี้เป็น มศว โดย มศว รับผิดชอบเฉพาะออกข้อสอบ กับตรวจเฉลยคำตอบ แต่การตรวจข้อสอบ ทราบว่ากรมส่งเสริม กระจายตัวเป็น 10 ศูนย์สอบด้วยกัน ประมาณไม่ถึง 500,000 คน ดังนั้นคนที่ได้ก็ประมาณ 5,900 คน บัญชีแรก และประเด็นสำคัญก็คือ การสอบภาค ก. ครั้งนี้ จะต้องผ่าน 60% คนที่อ่านหนังสือสอบไม่ได้จ่ายเงิน ก็ต้องผ่าน 60% เหมือนกัน และต้องสอบภาษาอังกฤษ 20 ข้อมั้ง ให้ได้ 50% แล้วก็ตัดทิ้ง”
ทั้งนี้ “เมื่อตัดคะแนนทิ้งเสร็จ นั่นหมายความว่าคนพวกนี้ต้องมาสอบภาค ข. เมื่อมีคนสอบภาค ข. ก็ต้องมีคนอ่านหนังสือ ตั้งใจอ่านหนังสือสอบ กับคนที่ไปกามั่ว เพราะจ่ายเงิน ดังนั้น คนอ่านหนังสือสอบกว่าจะได้ 60% ขึ้นไป ยากมาก แต่คนที่จ่ายเงินได้ 90% ดังนั้นจึงทำให้คะแนนลำดับสูงกว่า พวกที่อ่านหนังสือสอบแทบตายก็ได้อันดับต่ำกว่า พอผ่าน 60% ไปแล้วเนี่ย ภาค ข. ก็จะเป็นภาค ค. ซึ่งเป็นสอบสัมภาษณ์ ซึ่งเขาจะกำหนดไว้เลยว่า ใครที่จ่ายเงิน ก็จะได้สอบสัมภาษณ์จิตพิสัยประมาณ 90% ขึ้น ส่วนคนที่ไม่ได้จ่ายเงิน จะอยู่ที่ 40-55 ของคะแนน เพราะฉะนั้นในการขึ้นบัญชีทั้งหมด ตัวจริงทั้งหมดส่วนใหญ่ต้องจ่ายเงิน คนที่อ่านหนังสือเก่งมาก คนที่เข้าด่านรอบสุดท้าย ไม่ใช่ง่ายเลย ข้อดีของการสอบภาค ก. ผ่านไปแล้ว ปีหน้า เขาจะกระจายไปสอบภาคจังหวัดต่างๆ คนที่สอบภาค ก. ผ่านไปแล้ว 60% ก็จะไปสอบภาค ข. ได้เลย เพราะฉะนั้นตนจึงอยากเรียนไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คือ ตนบอกแล้วไงว่าป้องกันการทุจริต สมมุติว่ามี หนึ่งร้อยศูนย์ จะต้องให้คนที่เข้าไปสอบ เข้าห้องสอบ กากบาทเสร็จ ให้ตรวจหน้าห้องเลย หลังจากหมดเวลา และรอคะแนนเลยตรงนั้น เป็นการป้องกันการทุจริต ถ้าเกิดให้กรมส่งเสริมไปตรวจเอง ไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะฉะนั้นเราต้องการข้าราชการที่ดี”
ขอบคุณข้อมูลจาก : tae_praram7_official



