เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 24 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบคดีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการท้องถิ่น บนตึกไทยคู่ฟ้า โดยมี พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และตัวแทนจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้าร่วมประชุมด้วย ภายหลัง ป.ป.ช. และกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เข้าจับกุมขบวนการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น เสียหายกว่า 4,500 ล้านบาท จนเป็นสาเหตุให้โยกย้ายนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เข้ากรุ
โดยนายกฯ กล่าวช่วงแรกของการประชุม ว่า ขอบคุณทุกหน่วยงานที่มาร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน ซึ่งใช้เวลากะทันหันมาก เชื่อว่าทุกท่านทราบถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เป็นที่สนใจและกังวลของประชาชน วันนี้จึงเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจ ป.ป.ท. ฝ่ายปกครอง ป.ป.ช. เพื่อรับฟังที่มาที่ไป และสิ่งที่จะต้องดำเนินการต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการนำคนกระทำผิดมาลงโทษ ยึดทรัพย์สินจากการกระทำผิดที่ผ่านไปแล้ว เพื่อประโยชน์ของการทำทุจริตนี้ ลงโทษผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อยู่ในกระทรวงมหาดไทย ซึ่งอาจจะไม่ได้จบที่กรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่นอย่างเดียว อาจจะมีหน่วยงานอื่นที่มากกว่านั้น ซึ่งก็ต้องดำเนินการอย่างเต็มที่ ตลอดจนหาแนวทางแผนการที่จะดำเนินการต่อไป ซึ่งเรื่องการสอบครั้งนี้ คงเป็นเรื่องที่ชัดเจนที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยจะต้องยกเลิก แม้จะมีการประกาศผลสอบไปแล้ว แต่ก็ต้องหาวิธีเพราะในเมื่อที่มาไม่ถูกต้อง ใครได้รับความเดือดร้อนก็ต้องไปไล่บี้เอาเอง เพราะจะมาใช้ว่าบรรจุไปแล้ว ประกาศผลสอบไปแล้ว แต่เมื่อกระบวนการสอบผิดกฎหมายก็ต้องยกเลิก ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ต้องกลัวใครมาฟ้อง เพราะหากพวกเราทุกคนดำเนินการสืบสวนสอบสวน ดำเนินคดีทุกอย่างเรียบร้อยและมีคำพิพากษา และมีการยืนยันที่พิสูจน์ด้วยหลักฐาน
“คนที่มาจากกลไกนี้ ก็ถือว่าไม่มีคุณสมบัติ ซึ่งก็ต้องเล่นแบบนี้ เพราะผมจะไม่รับ ใครที่เสนอขึ้นมาแล้วบอกว่าผ่านไปแล้วก็ผ่านไป แบบนี้ไม่ได้ เพราะมันมาจากการกระทำที่ทุจริต แต่อย่างไรก็ตามต้องขอชื่นชม ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลก็ขอแสดงความชมเชย ในการดำเนินการของทุกหน่วยงาน ที่ดำเนินการอย่างรวดเร็วและเฉียบขาด และไม่มีการดำเนินการที่รั่วไหลเลย ซึ่งเป็นไปตามเอ็มโอยูที่เราเซ็นกันไว้ ที่จะป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทุจริตทุกรูปแบบ และทุกอย่างก็เก็บเป็นความลับได้ดี” นายกฯ กล่าว
นายกฯ ยังกล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกคน ซึ่งตนได้ติดตามดูปฏิบัติการตามสื่อสารมวลชน และการทำงานในระบบราชการ ซึ่งก็เห็นว่าทุกคน เข้าไปดำเนินการด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ และไม่หวาดหวั่นกับอิทธิพลใดๆ ซึ่งการกระทำเช่นนี้ถ้าเกี่ยวข้องกับใครโยงไปถึงใคร ไม่ว่าจะเป็นระดับส่วนกลางหรือท้องถิ่น ก็ขอให้เร่งดำเนินการ ซึ่งทราบมาว่ามีเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ก็ขอให้ทางกระทรวงมหาดไทยแจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด อย่างเช่นจังหวัดเพชรบูรณ์ ให้ดำเนินการในพื้นที่ที่ถูกสงสัยหรือถูกกล่าวหาให้พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ให้เร็วที่สุด ซึ่งคำว่าเร็วที่สุด กระทรวงมหาดไทยคงเข้าใจดี และขอให้เราทุกคนช่วยกัน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องอุกอาจ และจะเป็นการทำลายความเจริญก้าวหน้าของประเทศ เพราะเราให้ข้าราชการที่เข้ามา บริหารประเทศมาปกครองประเทศ เริ่มจากการกระทำที่ทุจริตนับตั้งแต่วันแรก และคนที่ตั้งใจสอบตั้งใจดี คนพวกนี้ก็เข้ามาแทรก คนที่ชั่วกว่านั้นคือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ที่ปล่อยให้มีกระบวนการนี้เกิดขึ้น นี่คือสิ่งที่เราต้องปราบปรามป้องกัน ดำเนินคดีไม่ให้เกิดขึ้น เพราะนี่คือสิ่งที่ทำร้ายประเทศ ขายชาติ
“ขอให้เชื่อว่ารัฐบาลมีเสถียรภาพทำอย่างเต็มที่ ไม่ต้องกั๊ก ให้มันรู้ไปว่าจะทำตรงนี้ และจะไม่มีใครปกป้องได้ ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ เพราะเรากำลังจะทำสิ่งที่ดีให้มันเกิดขึ้น เพราะข้าราชการไทยมีความสำคัญมาก” นายกฯ กล่าว.



