เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมอภิปรายร่างงบประมาณโอนงบ 2569 และร่างพ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ว่า ตนไม่ได้อภิปรายในรอบนี้ เพราะงานเยอะ และเพื่อหลีกทางให้ สส.หน้าใหม่ โดยมี น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน จะเป็นผู้นำทัพจัดผู้อภิปรายงบประมาณ 30 คน
“กลางเดือนหน้าจะมีการจัดกิจกรรมแฮกงบประมาณ ตั้งเป้าว่าอยากให้มีผู้มาร่วมงาน 300-400 คน ก็ขอให้จับตากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่ได้งบฯ เพิ่มในปี 2570 ไม่แน่ใจว่าเป็นการเอาใจลูกเทพหรือไม่ เชื่อว่าจะมีคนอภิปรายเรื่องนี้อย่างถึงพริกถึงขิงแน่นอน”
น.ส.รักชนก กล่าวว่า ทั้งนี้ ไม่พบโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ว่า ขอบคุณที่สำนักงบประมาณตัดโครงการนี้ไป เท่าที่ทราบ โครงการนี้ขอ 900 ล้านบาท มีการตัดทิ้งทั้งโครงการ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี แต่ยังกังวลมาก เพราะอาจใช้การล้วงงบฯ จากกองทุนดีอี สะสมเงินเอาไว้ เมื่อถึงพันล้านบาทก็นำมาทำโครงการแบบนี้อีก
เมื่อถามว่าได้คุยกับนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี แล้ว มีแนวโน้มจะพับโครงการหรือไม่ น.ส.รักชนก กล่าวว่า นายไชยชนกออกมาพูดเรื่องนี้น้อยมาก นายไชยชนกต้องกล้าหาญมากกว่านี้ เรื่องนี้ชัดว่ามีความผิดปกติ คนจะยกเลิกได้คือฝ่ายรัฐมนตรีที่จะมีคำสั่งลงมา ปลัดกระทรวงดีอีก็ไม่น่าขวาง แต่สิ่งที่ปลัดกระทรวงดีอีทำตอนนี้คือพยายามแบกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมืองตอนนี้ไปอยู่ที่ไหน ทำไมถึงไม่ออกมาแสดงความรับผิดชอบ ยิ่งสมาชิกพรรคภูมิใจไทยดาหน้าปกป้องนายไชยชนก ให้คนรู้สึกว่าเป็นไข่ในหิน
เมื่อถามว่ามีความเห็นแย้งว่าโครงการเฟสหนึ่ง จะมีสัญญาแนบท้ายว่าทำแค่ไหนใช่แค่นั้น ทำให้งบประมาณเหลือ แต่เอกชนจะขาดทุน ถ้าคนใช้เยอะ น.ส.รักชนก กล่าวว่า นี่เป็นคำพูดของนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่เป็นคนโหวตนายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้เป็นนายกฯ ใครก็ตามที่อยู่ในฝั่งการเมือง มีความรู้เรื่องการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ มีความรู้เรื่องการล็อกสเปก TOR มีความรู้เรื่องการแก้กฎหมายที่อาจจะส่อไปในทางฮั้วประมูลหรือล็อกสเปก ถ้าไม่พูดถึงว่าโครงการนี้จะส่อไปในทางทุจริตหรือล็อกสเปก ตนไม่ให้ราคาทั้งสิ้น ไม่กลัวถูกฟ้องกลับ เพราะทำเพื่อประโยชน์สาธารณะ ถ้าทุกคนรักตัวกลัวตาย กลัวโดนขุดประวัติ กลัวโดนฟ้องร้อง กลัวว่าพ่อคุณไชยชนกจะทำอะไรหรือไม่ ก็ไม่ต้องทำอะไรกันแล้ว
เมื่อถามว่าฝั่งรัฐบาลตั้งข้อสังเกตว่าการที่ฝ่ายค้านออกมาพูดเรื่อง TH-AI Passport เป็นเพราะบริษัทของเครือข่ายตัวเองไม่ได้รับงานใช่หรือไม่ น.ส.รักชนก กล่าวว่า “ตลกมาก การที่เราออกมาพูดเพื่อปกป้องผลประโยชน์สาธารณะ จะต้องถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นห่วงผลประโยชน์ของบริษัทใดบริษัทหนึ่งหรือไม่ ดังคำพระ เถยจิต (หมายถึงจิตที่คิดลักขโมย) ตัวเองใช้ชีวิตแบบไหนซ้ำๆ คิดเรื่องอะไรซ้ำๆ ก็จะคิดว่าคนอื่นจะเป็นแบบตัวเอง เข้าใจว่า คนที่พูดแบบนี้คือประธานคณะ กมธ.การตำรวจ ที่มาจากพรรคภูมิใจไทย (นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย)
“ย้ำว่า เราไม่ได้ปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง เหมือนที่ฝั่งรัฐบาลทำอยู่ แต่ปกป้องผลประโยชน์ของทุกบริษัท ที่เงินก้อนนี้จะมาสร้างผลประโยชน์ให้อุตสาหกรรม AI ที่ควรเป็นของทุกคน ถ้าทำทุกอย่างตรงไปตรงมา เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมจริงๆ ก่อนวิพากษ์วิจารณ์ตั้งสตินิดนึง แล้วอยู่บนข้อเท็จจริง ถ้าไม่ตั้งสติ ในหัวคิดว่าจะปกป้องแต่ลูกนาย ออกมาพูดจุดไฟเผาตัวเองผ่านสื่อไม่รู้กี่ครั้ง เพื่อให้ได้ผลงานให้นายได้เห็น ดิฉันคิดว่าท่านก็อาจจะอับอายต่อสาธารณชน และไม่อยากให้ทำด้วย เพราะประชาชนจ้างท่านมาให้เป็นตัวแทนของเขา ไม่ใช่มารับใช้กลุ่มก้อนอำนาจทางการเมืองกลุ่มก้อนใดกลุ่มหนึ่ง” น.ส.รักชนก กล่าว
เมื่อถามว่า กรณีนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาเปิดเรื่อง TH-AI Passport และถูกดีเอสไอสอบเรื่อง Forex มองว่าเป็นการถูกปิดปากหรือไม่ น.ส.รักชนก กล่าวว่า ถ้าผิดก็ว่าไปตามผิด แต่การเปิดเรื่องช่วงนี้ ประชาชนคงใช้วิจารณญาณของตัวเองได้ว่าเพราะเหตุใด และเมื่อเรื่องนี้ถูกเปิดออกมา โครงการ TH-AI Passport ก็ได้รับความสนใจน้อยลงจากสื่อ ประชาชนคงคิดเองได้ คิดว่าอีกสักพักนายภาวุธจะออกมาพูด เรื่องคลิปชวนคนมาเทรด Forex นั้นถามเจ้าตัวเองดีกว่า
“ยืนยันว่าพรรคตามเรื่อง TH-AI Passport ต่อเนื่องเรื่องนี้แน่นอน มันคาบเกี่ยวปีกการศึกษาของพรรคด้วย เพราะมีโครงการที่เกี่ยวเนื่องคือโครงการ National Credit Bank และ Credit Skill Portfolio ซึ่งอยากให้จับตา ตอนนี้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สั่งทบทวนไปแล้ว แต่ฝั่งกระทรวงศึกษาธิการยังไม่สั่งทบทวน TOR หรืออาจจะโดนวางงานไว้ตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว
ขอตั้งข้อสังเกตว่ามีงบประมาณกระจายอยู่ในกระทรวง อว. 5,000 กว่าล้านบาท และอยู่ในกระทรวงศึกษาธิการ 1,600 ล้านบาท รวม 2 ก้อน เกือบหมื่นล้านบาท ถึงอยากให้ทั้ง 2 กระทรวงที่อยู่ฟากฝั่งของพรรคเพื่อไทยได้ทบทวน TOR เพื่อป้องกันทุกสิ่งทุกอย่างใน TOR ให้ดี ไม่เช่นนั้น จะเกิดเหมือนกับโครงการ TH-AI Passport และบอกได้เลยว่าเราตั้งป้อมรอเสียบ ถ้าทำอะไรพลาดหรือไม่ยอมแก้ไขในสิ่งที่ควรจะแก้” น.ส.รักชนก กล่าว



