สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ว่าบทความดังกล่าวระบุว่า เรือดำน้ำเหล่านั้นสามารถบรรทุกตอร์ปิโดและทุ่นระเบิดทางทะเล และสามารถประจำการใกล้ชายฝั่งของประเทศเพื่อนบ้านได้ ทำให้สามารถโจมตีเรือรบของศัตรูได้ก่อนในกรณีเกิดความขัดแย้ง

บทความดังกล่าวกล่าวหารัฐบาลโตเกียวว่า ละทิ้งหลักการที่เคยประกาศไว้มานาน เกี่ยวกับการมุ่งเน้นแต่การป้องกันประเทศ และเปลี่ยนกองทัพของตนให้กลายเป็นกองกำลังที่เน้นการรุก และก้าวร้าวอย่างเต็มที่

นอกจากนั้น เคซีเอ็นเอยังชี้ให้เห็นถึงความพยายามของญี่ปุ่น ในการผลิตขีปนาวุธพิสัยไกลที่พัฒนาขึ้นเองภายในประเทศจำนวนมาก การพัฒนาขีปนาวุธแบบใหม่ที่มีพิสัยทำการสูงสุดถึง 3,000 กิโลเมตร การติดตั้งขีปนาวุธต่อต้านเรือและอาวุธร่อนความเร็วเหนือเสียงที่ได้รับการปรับปรุง และการจัดซื้อขีปนาวุธจากต่างประเทศ รวมถึงขีปนาวุธโทมาฮอว์กของสหรัฐอเมริกา

เมื่อวันอาทิตย์ (5 ก.ค.) เคซีเอ็นเอรายงานว่า นายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ได้สังเกตการณ์การยิงขีปนาวุธร่อนเชิงกลยุทธ์ และการทดสอบระบบอาวุธบนเรือพิฆาตคังคอน ขนาด 5,000 ตันลำใหม่ ขณะที่ได้เรียกร้องให้ขยายขีดความสามารถในการรบทางทะเลของประเทศ และสั่งให้เรือลำนี้เข้าประจำการภายใน 2 เดือน

ก่อนหน้านี้ เกาหลีเหนือเพิ่งประจำการเรือพิฆาตชเว ฮยอน ขนาด 5,000 ตัน และวางแผนที่จะสร้างเรือรบเพิ่มเติม รวมถึงเรือขนาดใหญ่ ที่มีระวางบรรทุก 10,000 ตัน.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS