สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ประกาศเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ยกเลิกแผนโจมตีอิหร่านรอบใหม่ ซึ่งตามกำหนดต้องเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว โดยจะรวมถึงการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และสถานที่สำคัญเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของรัฐบาลเตหะราน


การเปลี่ยนท่าทีดังกล่าวไม่ใช่ครั้งแรก ที่ทรัมป์ขู่จะใช้ปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่าน ก่อนตัดสินใจยกเลิกหรือชะลอการโจมตีระหว่างความขัดแย้งครั้งนี้


21 มี.ค. ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐจะ “โจมตีและทำลายโรงไฟฟ้าของอิหร่านจนราบคาบ” หากรัฐบาลเตหะรานไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งภายใน 48 ชั่วโมง แต่เมื่อวันที่ 23 มี.ค. ก่อนเส้นตายสิ้นสุดลงไม่นาน ผู้นำสหรัฐกล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันและรัฐบาลเตหะราน หารือกันอย่าง “สร้างสรรค์” และตัดสินใจชะลอการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานออกไปอย่างน้อย 5 วัน


7 เม.ย. ทรัมป์ขู่อิหร่านว่า “อารยธรรมทั้งหมดจะพินาศในคืนนี้” หากอิหร่านไม่ยอมยุติสงครามและเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ก่อนที่อีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา จะมีการประกาศหยุดยิงระหว่างสองประเทศเป็นเวลา 2 สัปดาห์


21 เม.ย. หนึ่งวันก่อนข้อตกลงหยุดยิงจะสิ้นสุดลง ทรัมป์กล่าวว่า คาดว่าสหรัฐจะ “กำลังทิ้งระเบิด” หากผู้เจรจาไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกันนั้น ทรัมป์ประกาศขยายเวลาหยุดยิงออกไป


17 พ.ค. ทรัมป์เตือนว่า “เวลาของอิหร่านกำลังเดินอยู่ และอิหร่านควรรีบดำเนินการโดยเร็ว มิฉะนั้นจะไม่เหลืออะไรให้ปกป้อง” แต่ในวันรุ่งขึ้น ทรัมป์กล่าวว่าจะ “ชะลอ” แผนโจมตีอิหร่าน โดยอ้างว่า ได้รับการร้องขอจากกาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี)


11 มิ.ย. ทรัมป์กล่าวว่า กองทัพสหรัฐจะโจมตีอิหร่าน “อย่างหนักมากในคืนนี้” พร้อมระบุว่าจะยึดเกาะคาร์ก รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันอื่น ๆ แต่อีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ทรัมป์ประกาศยกเลิกการโจมตี โดยให้เหตุผลว่า “ประเด็นสุดท้าย” ของข้อตกลงระหว่างสองฝ่ายได้รับความเห็นชอบแล้ว


1 ส.ค. ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐ “เตรียมพร้อมและพร้อมโจมตี” อิหร่าน ด้วย “ระดับความรุนแรง กำลัง และอำนาจทางทหารที่ไม่เคยเกิดขึ้นนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง” อย่างไรก็ตาม ทรัมป์กล่าวในเวลาต่อมาว่า “เห็นชอบให้ยกเลิกการโจมตี เพื่อประโยชน์ในอนาคตของโลก และเพื่อความอยู่รอดของอิหร่านที่ประสบความสำเร็จและรุ่งเรือง โดยมีเงื่อนไขว่า ต้องสามารถบรรลุข้อตกลงได้อย่างรวดเร็ว”.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS