เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ที่อาคารอนาคตใหม่ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร อดีตผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ร่วมกับน.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ว่าที่ สก.เขตบางซื่อ พรรคประชาชน นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง หัวหน้ากลุ่มคนทำงาน นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ แกนนำกลุ่มคนทำงาน นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ว่าที่ สก.เขตลาดกระบัง กลุ่ม Better Bangkok ร่วมแถลงประกาศวาระร่วมเพื่อยกระดับสภากรุงเทพมหานคร ของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) พรรคประชาชน และ สก.กลุ่มต่างๆ พร้อมสนับสนุน น.ส.ภัทราภรณ์ เป็นประธานสภา กทม.
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ตามที่แถลงก่อนหน้านี้ว่าพรรคได้รับการสนับสนุนจาก สก.อิสระ 4 คนคือ นายสุรจิตต์ นายนริสสร แสงแก้ว ว่าที่ สก.เขตบางเขน นายภิญโญ ป้อมสถิตย์ ว่าที่ สก.เขตบางพลัด และนางเมธาวี ธารธำรงค์ ว่าที่ สก.เขตปทุมวัน ทำให้มีเสียงสนับสนุน 26 เสียง เกินครึ่งหนึ่งของสภา กทม. ล่าสุดวันนี้ได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากกลุ่ม สก.คนทำงานอีก 11 คน รวมเป็น 37 คน โดยสก.ทั้ง 37 คนจะทุ่มเทการทำงานอย่างเต็มที่เพื่อยกระดับการทำงานของสภา กทม. ให้เป็นที่พึ่งของชาวกรุงเทพฯ อย่างไรก็ตาม เรายินดีที่จะตอบรับความร่วมมือและเสียงสนับสนุนจาก สก.กลุ่มอื่นๆ เพื่อยกระดับการทำงานของสภา กทม. ให้มีประสิทธิภาพที่โปร่งใสและตอบสนองต่อประชาชนชาวกรุงเทพมหานครให้ดีที่สุด
ด้านนายเนติภูมิ มุ่งรุจิราลัย ว่าที่ สก.เขตบึงกุ่ม กล่าวว่า ทั้งนี้เราจะร่วมกันเสนอและลงมติเห็นชอบร่างแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภา กทม. เพื่อให้เกิดความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง โดยกำหนดให้มีการถ่ายทอดสดการประชุมคณะกรรมการสามัญและวิสามัญของสภา กทม. เปิดเผยรายชื่อการลงมติของ สก. เปิดเผยการเข้าประชุมของ สก. รวมถึงการเปิดเผยรายละเอียดงบประมาณ โครงการ และรายการจัดซื้อจัดจ้างต่างๆ ในรูปแบบข้อมูลที่คอมพิวเตอร์สามารถอ่านและประมวลผลได้โดยอัตโนมัติ (Machine Readable) เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้งบฯ ป้องกันการจัดซื้อจัดจ้างที่แพงเกินความจำเป็น และป้องกันการทุจริต รวมถึงกำหนดให้เพิ่มระยะเวลาให้ สก.สามารถตรวจสอบเอกสารงบฯ ก่อนเข้าสู่วาระที่ 1 ของการพิจารณาในสภา กทม. อย่างน้อย 30 วัน และ ประธานกรรมการวิสามัญพิจารณางบรายจ่ายประจำปี ต้องจัดให้มีเวลาในการพิจารณางบแปรญัตติไม่น้อยกว่า 3 วันเพื่อให้สมาชิกพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยจะดำเนินการผลักดันข้อบังคับและข้อบัญญัติให้เสร็จภายในปี 2569
นายสุรจิตต์ กล่าวว่า หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลการเลือกตั้ง สก.ทั้ง 37 คน จะลงมติเห็นชอบให้ น.ส.ภัทราภรณ์ เป็นประธานสภา กทม.คนที่ 26 นายเนติภูมิ เป็นรองประธานฯ คนที่ 1 และนายนริสสร เป็นรองประธานฯ คนที่ 2 เพื่อให้การทำงานมีเอกภาพ โดยการแบ่งหน้าที่ต่างๆ ให้เหมาะสม คำนึงถึง สก.ทุกคนในการทำงานเพื่อควบคุม ตรวจสอบ และดูแลการบริหารราชการ กทม.ของฝ่ายบริหารที่มีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.เป็นผู้บริหาร

ขณะที่ น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าวว่า สก.ทั้ง 37 คนจะให้ความเห็นชอบให้มีการแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาเพื่อให้มีการตั้งคณะกรรมการความยั่งยืนและรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อทำให้งานด้านการเตรียมความพร้อม ปรับตัว รับมือ ฟื้นตัวกับวิกฤติสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติของกรุงเทพมหานคร เป็นไปอย่างยั่งยืน ตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงทีและสร้างความปลอดภัยให้กับชาวกรุงเทพมหานครมากขึ้น
ด้านนายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน กล่าวว่า การทำงานสภา กทม.ให้โปร่งใส ตรวจสอบได้นั้น ตนเชื่อว่าตรงกับนโยบายของนายชัชชาติ และเป็นหน้าที่ของสก.ที่จะตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร เนื่องจากการทำงานในระบบ สก.ไม่ได้มีฝ่ายค้านหรือรัฐบาล เพราะเป็นการทำงานแบบคานอำนาจกันระหว่างฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ หากมีเรื่องระบบอากง ตนเชื่อว่า สก.ทุกคนไม่นิ่งดูดายอยู่แล้ว ทุกคนพร้อมปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน
สำหรับรายชื่อของ สก.ทั้ง 37 คน ประกอบด้วย ว่าที่ สก.ของพรรคประชาชน 22 คน และมีสก.กลุ่มอื่นสนับสนุนเพิ่ม ดังนี้ 23.นายสุรจิตต์ 24.นายนริสสร 25.นายภิญโญ 26.นางเมธาวี 27.นายเนติภูมิ 28.นางชญาดา วิภัติภูมิประเทศ ว่าที่ สก.เขตคันนยาว 29.นายพงศกร รัตนเรืองวัฒนา ว่าที่ สก.เขตบางกะปิ 30.น.ส.มธุรส เบนท์ ว่าที่ สก.เขตสะพานสูง 31.น.ส.ปิยะวรรณ จระกา ว่าที่ สก.เขตสวนหลวง 32.นายวิพุธ ศรีวะอุไร ว่าที่ สก.เขตบางรัก 33.นายปวิน แพทยานนท์ ว่าที่ สก.เขตบางคอแหลม 34.นายกฤษฏ์ คงวุฒิปัญญา ว่าที่ สก.เขตภาษีเจริญ 35.นายจิรเสกข วัฒนมงคล ว่าที่ สก.เขตธนบุรี 36.นายสารัช ม่วงศิริ ว่าที่ สก.เขตบางขุนเทียน และ 37.นายณรงค์ศักดิ์ ม่วงศิริ ว่าที่ สก.เขตบางบอน.



