นายกฯ ลงพื้นที่ติดตามการขับเคลื่อนโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง เพื่อลดต้นทุนการผลิต ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วงเงินโครงการ 30,000 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 3 ปี เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุน ดอกเบี้ยต่ำ สำหรับใช้เป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนและลงทุนในการประกอบอาชีพ และยกระดับสู่เกษตรแม่นยำ เกษตรมั่นคง และเกษตรยั่งยืน โดยกำหนดวงเงินกู้รายละไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 6 ต่อปี และรัฐบาลสนับสนุน ชดเชยดอกเบี้ยให้เกษตรกร ร้อยละ 3 ต่อปี ทำให้เกษตรกรรับภาระดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 3 ต่อปี ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ผู้สนใจสามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการได้แล้ว ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นประธานในการเปิดตัวโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง เพื่อลดต้นทุนการผลิต ตามมติ ครม. ซึ่งโครงการดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล เพื่อยกระดับศักยภาพภาคการเกษตรในการเปลี่ยนผ่านจากเกษตรดั้งเดิม “เกษตรแม่นยำ เกษตรมั่นคง เกษตรยั่งยืน” ควบคู่กับการลดต้นทุนการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่อุปทาน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรไทย ผ่านการสนับสนุนแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกร ในการจัดซื้อปัจจัยการผลิต และการพัฒนาทักษะการประกอบอาชีพทางการเกษตรภายในงานมีการลงทะเบียนและการให้บริการสินเชื่อให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ และการแนะนำการใช้ น้องเมฆฝน : AI Chatbot จาก ธ.ก.ส.
ที่ให้บริการในแอปพลิเคชัน BAAC Mobile ที่สามารถให้ความรู้ พูดคุยตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับการวิเคราะห์ปุ๋ยและการเพาะปลูกสำหรับผู้เข้าร่วมสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง ให้สามารถเพาะปลูกได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ การให้ความรู้ในการวิเคราะห์คุณภาพดินผ่านเว็บไซต์ หรือ Line Official Account น้องดินดี และการแนะนำการใช้แอปพลิเคชัน Agri-Map Online จากกรมพัฒนาที่ดิน ที่ใช้แสดงผลข้อมูลเชิงภูมิสารสนเทศ พร้อมระบบแนะนำผลการปรับเปลี่ยนกิจกรรมการผลิตด้วยพืชทดแทนในรูปแบบเว็บแผนที่ทางออนไลน์ ที่สามารถใช้ได้ทุกที่ ทุกเวลาบน Smart phone และสามารถดาวน์โหลดได้ผ่าน App store หรือ PlayStore โดยมี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธ.ก.ส. คณะกรรมการ ธ.ก.ส. และคณะผู้บริหาร ผู้บริหารจากกรมพัฒนาที่ดิน กรมวิชาการเกษตร กรมการข้าว กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร และเกษตรกรในพื้นที่ จำนวนกว่า 2,000 คน เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน ณ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (สกต.อยุธยา)
สำหรับเกษตรกรที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการ ต้องมีคุณสมบัติและปฏิบัติตามเงื่อนไขดังนี้
- เป็นเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. และขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง
- พืชเศรษฐกิจสำคัญที่เข้าร่วมโครงการ 7 ชนิด ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ยางพารา อ้อย และผลไม้
- เกษตรกรต้องผ่านการอบรม หรือเรียนรู้ การพัฒนาทักษะและบริหารจัดการต้นทุน (Reskill/Upskill) โดย ธ.ก.ส. หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ/หรือหน่วยงานร่วมดำเนินการอื่น ๆ เช่น การใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพตามค่าการวิเคราะห์ดิน เป็นต้น
- ต้องใช้เงินกู้ เพื่อจัดซื้อปุ๋ยผ่านสถาบันเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร หรือวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งฯ หรือแหล่งอื่นตามที่ ธ.ก.ส. กำหนด ซึ่งกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จะควบคุมราคาให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
- สามารถชำระหนี้เงินกู้ได้ตามระยะเวลาที่ ธ.ก.ส. กำหนด โดยเกษตรกรผู้กู้รับชำระค่าผลผลิตผ่านบัญชีเงินฝากของ ธ.ก.ส. และยินยอมให้ ธ.ก.ส. หักชำระหนี้จากบัญชีเงินฝาก
- วงเงินกู้รายละไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6 ต่อปี โดยรัฐบาลสนับสนุนชดเชยดอกเบี้ยให้ร้อยละ 3 ต่อปี เมื่อผู้กู้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการกำหนดชำระคืนเงินกู้ไม่เกิน 12 เดือน (ระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน 30 เมษายน 2572)
- ระยะเวลาโครงการ 3 ปี นับตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เห็นชอบ ถึงวันที่ 30 เมษายน 2572
ผู้สนใจสามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขา
ทั่วประเทศ ธ.ก.ส. Contact Center 0-2555-0555 www.baac.or.th แอปพลิเคชัน BAAC Mobile และ Line Official Account BAAC Family



