สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 8 ก.พ ว่า ศาลตัดสินว่า นายจอน จู-ฮวาน วัย 31 ปี มีความผิดฐานฆาตกรรมอดีตเพื่อนร่วมงานเพื่อแก้แค้น หลังเหยื่อรายงานตำรวจเกี่ยวกับพฤติกรรมการสะกดรอยตามนานเกือบ 2 ปี และการข่มขู่มากกว่า 300 ครั้ง ทว่าจอนกลับไม่เคยถูกควบคุมตัว เนื่องจากตำรวจถือว่าเขา “มีความเสี่ยงต่ำ”
จนกระทั่งวันที่ 14 ก.ย. 2565 หรือเพียง 1 วันก่อนที่จอนจะถูกตัดสินโทษในข้อหาแอบติดตาม เขาได้ใช้มีดแทงหญิงสาวที่เป็นเหยื่อจนเสียชีวิต ในห้องน้ำสาธารณะของสถานีรถไฟใต้ดินใจกลางกรุงโซล
เหตุฆาตกรรมดังกล่าวส่งผลให้ประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล ผู้นำเกาหลีใต้ และอดีตอัยการสูงสุดของประเทศ เรียกร้องให้กระทรวงยุติธรรมเกาหลีใต้ ปรับปรุงกฎหมายสะกดรอยตาม เพื่อให้มีการคุ้มครองเหยื่อที่ดีกว่าเดิม และทำให้มั่นใจว่าอาชญากรรมเช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก
แม้อัยการในคดีนี้จะเรียกร้องให้ตัดสินโทษประหารชีวิต โดยให้เหตุผลว่า “จอนอาจก่ออาชญากรรมร้ายแรงในอนาคต เช่น การฆาตกรรม เพราะความเห็นแก่ตัวเมื่อเขารู้สึกโกรธผู้อื่น แต่ศาลมีคำตัดสินว่า จำเลยอายุยังน้อย ซึ่งหมายความว่าเขายังสามารถสำนึกผิดและชดใช้ความผิดที่เขาก่อได้
อย่างไรก็ตาม ความล้มเหลวในการควบคุมตัวจอน หลังเหยื่อร้องเรียนซ้ำแล้วซ้ำเล่า สร้างความตกใจและความตื่นตระหนกในเกาหลีใต้อย่างกว้างขวาง ตลอดจนเกิดการเรียกร้องเจ้าหน้าที่รัฐให้จัดการกับกรณีดังกล่าวอย่างเข้มงวดมากขึ้น
ทั้งนี้ ก่อนการตัดสินโทษเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา จอนถูกจำคุก 9 ปี ในข้อหาสะกดรอยตาม ซึ่งคำตัดสินจำคุก 40 ปี จะมีผลต่อเนื่องจากโทษเดิมที่เขาได้รับ.
เครดิตภาพ : AFP



