เมื่อวันที่ 25 เม.ย. นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สว.โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ปีนี้เผาจริง ผมเตือนมาตลอด! ย้ำ! ไม่คิดล้มบัตรทองแต่กำลังชี้ปัญหาและพยายามทำให้ดีขึ้น โรงพยาบาลรัฐกำลังล้ม และท้ายที่สุดคนที่จะเดือดร้อนคือประชาชน ช่วงนี้มีข่าวในแวดวงสาธารณสุขที่น่าเป็นห่วงหลายเรื่องพร้อมกัน ผมอยากเล่าให้ฟังตรงๆ ในฐานะหมอที่ทำงานในระบบมาหลายปี และในฐานะ สว.คณะกรรมาธิการสาธารณสุข
เรื่องที่ 1 สงครามในกรุงเทพ: UHOSNET vs สปสช.เขต 13 เครือข่ายโรงเรียนแพทย์ UHOSNET ประกาศจะดำเนินคดีทางกฎหมาย หาก สปสช.เขต 13 กรุงเทพ ไม่ยกเลิกมติที่ประชุมวันที่ 9 เม.ย. ซึ่งเปลี่ยนวิธีจ่ายเงินค่าบริการผู้ป่วยนอก (OP) มาเป็นระบบ point system ส่งผลให้โรงพยาบาลได้รับเพียง 79-88% ของค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง และที่หนักยิ่งกว่า มติดังกล่าวออกโดยประธานแต่เพียงผู้เดียว ทั้งที่มีกรรมการคัดค้าน โดยไม่มีการลงคะแนนเสียง สำหรับโรงพยาบาลในกรุงเทพที่รับส่งต่อคนไข้จากทั่วประเทศอยู่แล้ว การถูกตัดรายได้อีก 12-21% คือแรงกระแทกที่รับไม่ได้ในสภาวะที่เงินบำรุงกำลังติดลบอยู่
เรื่องที่ 2 ตัวเลขที่บอกว่าระบบกำลังพัง โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 902 แห่ง มีเงินบำรุงติดลบแล้วถึง 495 แห่ง คิดเป็น 55% ปี 2566 ตัวเลขนี้อยู่ที่ 18% เท่านั้น ใน 2 ปี พุ่งจาก 18% เป็น 55% นี่ไม่ใช่วิกฤติ นี่คือการล่มสลายแบบช้าๆ เงินบำรุงหายไปปีละประมาณ 15,000 ล้านบาท ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยน คำนวณเองได้เลยว่าจะถึงจุดแตกเมื่อไร
เมื่อโรงพยาบาลไม่มีเงิน สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามลำดับคือ ซื้อยาไม่ได้ ซ่อมเครื่องมือไม่ได้ จ่ายโอทีไม่ได้ แล้วบุคลากรก็ทยอยลาออก ท้ายที่สุดคือคิวรักษายาวขึ้น คุณภาพการรักษาลดลง และคนที่ไม่มีเงินซื้อประกันเอกชน ซึ่งก็คือคนส่วนใหญ่ของประเทศ คือคนที่รับผลกระทบเต็มๆ
เรื่องที่ 3 หมอและพยาบาลต่างจังหวัดกำลังจะหายไป “ฉ.11” คือเงินค่าตอบแทนพิเศษที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี 2548 เพื่อจูงใจให้บุคลากรทางการแพทย์ยอมทำงานในพื้นที่ทุรกันดาร พื้นที่ชายแดน พื้นที่เสี่ยงภัย แทนที่จะลาออกไปทำโรงพยาบาลเอกชนในเมือง แต่รัฐบาลที่เคยจัดสรรเงินส่วนนี้ให้ 100% คิดเป็นประมาณ 7,500 ล้านบาท ปัจจุบันเหลือแค่ 20% หรือราว 1,500 ล้านบาทเท่านั้น ที่เหลืออีก 80% โรงพยาบาลต้องควักเงินบำรุงของตัวเองจ่ายให้บุคลากร รวมแล้วกว่า 5,000 ล้านบาทต่อปี
แปลว่าอะไร? แปลว่าหมอและพยาบาลในอำเภอห่างไกลที่ยอมอยู่ที่นั่น ส่วนหนึ่งเพราะเงินค่าตอบแทนพิเศษนี้ แต่ตอนนี้ รพ.หลายแห่งค้างจ่ายเงินแก่บุคลากร ถ้าวันไหนโรงพยาบาลจ่ายไม่ไหว บุคลากรก็ไม่มีเหตุผลจะอยู่ต่อ ประชาชนในอำเภอนั้นจะเหลืออะไร? ผลกระทบที่ประชาชนจะได้รับ ถามว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับเราอย่างไร? คนไข้บัตรทองคือคนส่วนใหญ่ของประเทศ กว่า 47 ล้านคน เมื่อโรงพยาบาลไม่มีแรงจ่ายค่าตอบแทนบุคลากร หมอ พยาบาล เภสัชกร ก็ไม่มีเหตุผลจะอยู่ในพื้นที่ห่างไกล คิวยาวขึ้น ยาขาด เครื่องมือชำรุดแต่ซ่อมไม่ได้ และในที่สุด ประชาชนต้องจ่ายเอง หรือไม่ก็ไม่ได้รักษา
ระบบสาธารณสุขที่ดีคือรากฐานของความมั่นคงของชาติ ไม่แพ้การทหารหรือเศรษฐกิจ ช่วยกันแก้ปัญหานะครับและอย่าสร้าง FaKe NEWS ว่าใครจะล้มบัตรทองอีก เพราะไม่มีใครคิดครับ



