เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวานนี้ (24 เม.ย.) พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. สั่งการให้ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 พร้อมด้วย พ.ต.อ.เดโช โสสุวรรณากุล พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3 พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส. บก.ตม.3 พ.ต.อ.เขมชาติ วัฒนนภาเกษม ผกก.ตม.จว.ภูเก็ต พ.ต.ท.อิธิธร ประเสริฐศักดิ์ รอง ผกก.สส.บก.ตม.3 และ พ.ต.ท.วิศรุต ละเอียดอ่อง รอง ผกก.ตม.จว.ภูเก็ต พร้อมชุดสืบสวน ร่วมกันจับกุมนายวิลเลี่ยม (นามสมมุติ) อายุ 33 ปี สัญชาติอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นที่ต้องการตัวของ FBI และตำรวจสากล โดยเป็นตัวการใหญ่ในขบวนการไฮบริดสแกมเมอร์ ซึ่งมีฐานที่ตั้งอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยจับกุมได้ในรีสอร์ทหรูแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต จึงสนธิกำลังบุกเข้าไปแสดงตัวขอตรวจสอบหนังสือเดินทางโดยได้รับการยกเว้นการตรวจลงตรา ในฐานะนักท่องเที่ยว

เบื้องต้นจับกุมในฐานความผิด “ร่วมกันฉ้อโกงโดยใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์” จึงควบคุมตัวมาตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคลอย่างละเอียด ก่อนดำเนินการแจ้งการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เนื่องจากบุคคลต่างด้าวรายนี้มีพฤติการณ์เข้าข่ายเป็นบุคคลต้องห้ามตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 12 (7)

ทั้งนี้ผู้ต้องหารายนี้ ระหว่างปี 2565-2569 ได้ร่วมกับขบวนการดำเนินการฉ้อโกงการลงทุนคริปโตเคอร์เรนซี โดยใช้วิธีติดต่อเหยื่อผ่านแอปพลิเคชันหาคู่ โซเชียลมีเดีย และช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ โดยใช้นางแบบและนายแบบที่หน้าตาดี สร้างความสัมพันธ์ในลักษณะ Romance Scam ก่อนชักชวนลงทุนในแพลตฟอร์มปลอม พร้อมแสดงผลกำไรเท็จ มีผู้เสียหายจำนวนมากในสหรัฐอเมริกา

ทั้งนี้ Hybrid Scam ในลักษณะดังกล่าว กำลังมีผู้ตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก เนื่องจากคนร้ายใช้วิธีการหลากหลายวิธีร่วมกันในการหลอกลวง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ สตม. ขอย้ำเตือนไปยังพี่น้องประชาชนอย่าหลงเชื่อ และให้ตรวจสอบข้อมูลให้ถี่ถ้วนก่อนดำเนินการธุรกรรมทางการเงิน ประเทศไทยยืนยัน ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ ในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง และเต็มกำลังความสามารถ โดยเฉพาะคดีฉ้อโกงทางออนไลน์ที่สร้างความเสียหายในวงกว้างแก่ประชาชนทั่วโลก.