นักแสดงตลกชื่อดัง เท่ง เถิดเทิง หรือ พงษ์ศักดิ์ พงษ์สุวรรณ เปิดใจถึงเรื่องราวในอดีต สู้ชีวิตกว่าจะมีอย่างทุกวันนี้ไม่ง่าย เผยวงการตลกที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย ลั่น ไม่เคยเล่นมุกบูลลี่ใครและสอนลูกไม่ให้ดูถูกคน ยอมรับอดีตเคยเจ้าชู้ตอนนี้หยุดทุกอย่างแล้ว ในรายการ WOODY FM แบบจัดเต็ม

เท่ง เผยว่า “เรื่องวงการตลกเปลี่ยนไป คงจะเป็นกาลเวลา พอเรามานั่งคิดมันใช่นะ อีกอย่างคือมันไม่ดีอยู่แล้วการบูลลี่คน เป็นการไปเสียดสีปมด้อยเขาอะไรบางอย่าง มุกตลกร้าย ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยบูลลี่คน แล้วเพิ่งรู้จักไม่นานว่าคำว่าบูลลี่เป็นยังไง บอกลูกมาตั้งแต่เกิดเลยว่าจำไว้นะอย่าไปดูถูกคนใครก็ช่าง ให้ดูพ่อเป็นตัวอย่างจนมาถึงทุกวันนี้ได้ และก็ขอขอบคุณกับคำที่เขาดูถูกเรามันสร้างให้เราแกร่งขึ้น เขาดูถูกผมว่าเป็นพวกลิเก พวกสามล้อ แต่เรารู้สึกว่ากลับมายิ้มในใจ คนที่ดูถูกนะ คำตอบคือทุกวันนี้ผมทำได้ โดยที่ผมยึดถือรักครูบาอาจารย์ ให้เกียรติทุกๆ คน เรื่องตลกเป็นคนเจ้าชู้ ความเจ้าชู้ผมว่าผู้ชายมีทุกคนครับ แล้วแต่ว่าใครจะมากใครจะน้อย สำหรับผมมันไม่สามารถที่จะเอาครอบครัวไปแลกได้ ครอบครัวอยู่สูง เคยมีเคลียร์กับภรรยาบ้าง เคยมีบ้าง เคลียร์กันตามหน้าสื่อจริงๆ เพราะแน่นอนเราผิดอยู่แล้ว เราทำไม่ถูก”

“จุดที่บอกว่าพอแล้ว ผมว่าด้วยลูกเต้าโตแล้ว แล้วอีกอย่างเราไม่สามารถพากิ๊กหรือผู้หญิงมานั่งกินข้าวได้ ทำไม่ได้ ยุคนี้มันโซเชียล ถ่ายหมดอะไรหมด อยู่ไหนโลกรู้หมด ยิ่งพอเรามีชื่อขึ้นมามันยิ่งปิดประตูนะ แล้วส่วนตัวไม่ชอบเจอคนเยอะ ชอบสันโดษ มีโอกาสอยู่บ้านสวนจะชอบนั่งอยู่คนเดียว มีความสุขมาก เสพความเงียบแล้วมันจะทำให้มีโอกาสนึกถึงชีวิตเรา เงินที่พี่หาได้ ส่วนมากก็จะเป็นทรัพย์สินมากกว่า แล้วก็ปูทางเอาไว้ตอนที่เราแก่แล้ว ไม่ได้ทำงานแล้วแต่ทุกอย่างเรามีให้ลูกเราหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอะไรที่เราวางไว้หมดแล้ว เคยมีทองใส่นะเมียซื้อให้ แต่ไม่ได้ใส่ก็คนมันไม่เคยใส่ รู้สึกมันเคอะเขินทำตัวไม่ถูก เรื่องหนักสุดในชีวิต ช่วงที่เข้าวงการตลก ชีวิตไม่เคยตีรันฟันแทงกับใคร แต่แล้วก็มาเจอเหตุการณ์มีเรื่องกัน เป็นการเข้าใจผิดกัน เราก็โดนซ้อม เขาบังคับให้ก้มกราบเท้าแล้วก็เตะเสยเรา จนก็มีผู้ใหญ่ใจดีลงมาห้าม จำเป็นต้องย้ายออกจากที่นั่นไปอยู่กับเมีย ไม่มีงานไม่มีอะไร เช่าบ้านเขาอยู่ชั้นบน ชั้นล่างเขาขายข้าวแกง กลางคืนก็ไปลักไข่พะโล้เขามากินกัน ให้เมียกินตอนนั้นก็ท้อง ชุดคลุมท้องก็ยังไม่มีเลย ย้ายจากบางกะปิไปพุทธมณฑลสาย 3 ไปเริ่มต้นใหม่ โทรฯ บอกไฟแนนซ์ให้มายึดรถ บอกเมียว่าเริ่มต้นกันใหม่”

เท่ง เล่าต่อว่า “ถ้าพูดถึงวงการบันเทิง ทุกวันนี้คนเข้าวงการบันเทิงง่ายมาก แค่คุณมีมือถือแป๊บเดียวคุณอาจจะดังในโซเชียลก็ได้ คุณเข้ามาในวงการบันเทิงแล้วคุณอย่าไปตั้งเป้าว่าคุณต้องดัง แล้วพอไม่ดังแล้วผิดหวัง ตั้งหวังได้แต่ถ้ามองไปข้างหน้าแล้วมันไม่ใช่ ก็มีเส้นทางหากินอีกเยอะมาก เพราะฉะนั้นอะไรก็ได้ที่คุณทำมาหากินแล้วสุจริตคุณทำไปเถอะ มันเกิดจากตัวคุณมีความภูมิใจในตัวเอง”