สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองเคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ว่า ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แอฟริกาใต้ตกอยู่ในวิกฤติพลังงานครั้งร้ายแรงที่สุด อีกทั้งการตัดไฟเป็นระยะ ซึ่งดำเนินการเพื่อช่วยให้ระบบไฟฟ้าที่ผลิตด้วยถ่านหินของประเทศ อยู่รอดท่ามกลางความต้องการที่ล้นหลามนั้น กลับทำให้สถานการณ์เลวร้ายอย่างต่อเนื่อง
South Africa has suffered through the worst levels of electricity rationing on record, with rolling blackouts hitting 100 consecutive days. #LunchTimeNews#TheGreatKBC pic.twitter.com/u0F8MtMxh7
— KBC Channel1 News (@KBCChannel1) February 7, 2023
“เราจึงประกาศภาวะภัยพิบัติระดับชาติ เพื่อตอบสนองต่อวิกฤติไฟฟ้าและผลกระทบที่เกิดขึ้น” รามาโฟซา กล่าวในคำปราศรัยสำคัญที่สมาชิกสภานิติบัญญัติฝ่ายค้าน พยายามขัดขวางจนเกิดความล่าช้า
การประกาศภาวะภัยพิบัติระดับชาติ ซึ่งมีผลในทันที จะเป็นการปลดล็อกเงินทุนและทรัพยากรเพิ่มเติม เพื่อดำเนินโครงการพลังงานอย่างรวดเร็ว และข้ามข้อกำหนดด้านกฎระเบียบบางประการ โดยวิธีแก้ปัญหาในทางปฏิบัตินั้น ได้แก่ การนำเครื่องกำเนิดไฟฟ้าออกมาใช้, พลังงานแสงอาทิตย์ และหน่วยจ่ายไฟอย่างต่อเนื่องสำหรับธุรกิจต่าง ๆ ในห่วงโซ่อาหาร

นอกจากนี้ รามาโฟซายังประกาศว่า เขาจะแต่งตั้งรัฐมนตรีการไฟฟ้าพิเศษ เพื่อจัดการกับวิกฤติอย่างมีประสิทธิภาพและเร่งด่วนด้วย
ชาวแอฟริกาใต้จำนวนมากรู้สึกท้อแท้กับสภาพของประเทศตัวเองที่ย่ำแย่จากเศรษฐกิจที่ซบเซา, อาชญากรรมที่เพิ่มขึ้น, อัตราการว่างงานที่สูงลิ่ว, ภาวะเงินเฟ้อที่เลวร้าย และการขาดแคลนน้ำ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤติไฟฟ้า ที่ทำให้ประชาชนราว 60 ล้านคน ต้องทนกับปัญหาไฟฟ้าดับนานถึง 12 ชั่วโมงต่อวัน
“วิกฤติพลังงานเป็นภัยคุกคามที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมของพวกเรา” รามาโฟซา กล่าวเพิ่มเติมว่า ภารกิจที่เร่งด่วนที่สุด คือ การลดความรุนแรงของปัญหาไฟฟ้าดับอย่างมากในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า และยุติการตัดไฟโดยสิ้นเชิง.
เครดิตภาพ : REUTERS



