“Campus Life” สัปดาห์นี้จะพาไปดูเคล็ดลับเรียนดี เรียนเก่ง ของ “ปัตร” เตมีย์ ทับเที่ยง ปี 4 สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี ที่มีผลการเรียนดีติด 1 ใน 48 คนจากทั่วประเทศที่ได้รับ เหรียญรางวัลเรียนดีจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ประจำปี 2565

“ปัตร” เล่าว่า เป็นคน จ.สุราษฎร์ธานี หลังเรียนจบจากโรงเรียนเกาะพะงันศึกษา ก็มุ่งตรงต่อปริญญาตรีที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ ในด้านครอบครัว คุณพ่อทำธุรกิจด้านอาหาร ส่วนแม่ทำงานในหน่วยงานรัฐ มีพี่น้องทั้งหมด 3 คน ตนเป็นลูกคนกลาง ค่าใช้จ่ายทางบ้านก็เยอะ จึงต้องกู้เรียน จาก กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ตั้งแต่อยู่ ม.5 จนถึงตอนนี้ หลังจากเข้าเรียนที่ มทร.ธัญบุรี ต้องมาอยู่หอพักตามลำพัง ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย เป็นเรื่องที่ต้องปรับตัวมากพอสมควร เงินที่ใช้จ่ายทุกวันนี้มาจาก 2 ทาง คือเงินที่ทางบ้านส่งมาให้ กับ กยศ. การจัดสรรค่าใช้จ่ายก็ยากเช่นเดียวกับการที่เราต้องปรับตัว

 “ปัตร” บอกว่า ที่เลือกเรียนวิศวกรรมโยธา เพราะอยากนำความรู้ด้านวิศวกร ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ สำรวจ วิเคราะห์ ก่อสร้าง บำรุงรักษา รวมถึงบริหารจัดการ กลับไปพัฒนาบ้านเกิด ที่เกาะพะงัน และตอนนี้เรียนอยู่ ชั้นปีที่ 4 โดยเกรดเฉลี่ยสะสมล่าสุด 3.94 และได้รับเหรียญรางวัลเรียนดี ประจำปี พ.ศ. 2565 จาก นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง โดย วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สวท.) ซึ่ง คณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อการศึกษาและวิจัยทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เป็นผู้คัดเลือก ทั้งหมด 48 คนทั่วประเทศ เป็นรางวัลที่ดีใจมากที่สุด เหมือนเราก้าวไปอีกขั้นหนึ่งของความสำเร็จ ก่อนที่จะเรียนจบ และรางวัลนี้ทำให้ใครหลายคนมีรอยยิ้มที่ร่วมดีใจไปกับตนด้วย

ส่วนเคล็ดลับการเรียนอย่างไรถึงได้ดี หนุ่ม “ปัตร” เผยว่า จากประสบการณ์ตอนเรียนมัธยม ได้เรียนกับเพื่อน ทำรายงานกับเพื่อน ติวกับเพื่อน มันแฮปปี้มาก แล้วก็สอบผ่านโดยที่ผลเป็นที่น่าพอใจ เลยเกิดความคิดที่ว่า “เรียนและติวไปพร้อมกัน” มันไปได้ไกลกว่าการเรียนและติวคนเดียวเพียงลำพัง จึงเริ่มเรียนและติวกับเพื่อนตั้งแต่ปีแรกที่เข้ามาเรียนที่ มทร.ธัญบุรี เลย แม้จะมีเสียงกระทบมาบ้าง ในทำนองอวดเก่ง หาแสง อะไรทำนองนี้ ยืนยันว่า ไม่ได้หาแสงจากการติวหรือการสอนเพื่อน แต่เป็นการย้ำเตือนความรู้ ทบทวนในสิ่งที่เรียนมาแล้วไปพร้อมๆ กันกับเพื่อน เพราะอะไรก็ตามถ้าเรียนมาแล้ว หากไม่ได้ทบทวน รับรองได้เลย 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ ลืมแน่นอน และต้องไม่ลืมที่จะแบ่งเวลาทบทวนเรื่องที่เรียนมาด้วยตัวเองร่วมด้วย เมื่อเจอขั้นตอนไหน จุดไหนที่งง ๆ ให้ถามอาจารย์โดยตรง อย่าปล่อยผ่านไป และเมื่อเครียดจากการเรียน จะเลือกทำกิจกรรม เช่น เล่นเกม เพราะเกมทำให้สมองตื่นตัว รู้จักคิดแบบมีชั้นเชิง หากไม่เล่นเกมก็จะออกกำลัง โดยเฉพาะวิ่งและแบดมินตัน รวมถึงกิจกรรมที่มหาวิทยาลัย คณะ หรือภาควิชาจัดขึ้น เราก็เข้าไปช่วย เข้าไปมีส่วนร่วมในสโมสรนักศึกษาฯ ทำให้เราได้เพื่อนเพิ่มขึ้น ได้เรียนรู้วิธีการทำงาน การแก้ปัญหาร่วมกัน

“ถ้าเรียนอย่างเดียว คงเครียด คงปวดหัวแน่ ๆ และน่าจะส่งผลต่อสุขภาพ ดังนั้นกิจกรรมนอกเหนือจากการเรียนเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะบรรเทาและเยียวยาได้ ภายใต้การบริหารจัดการอย่างสมดุล และเมื่อเวลาที่มีปัญหาหรือรู้สึกท้อ ต้องหาที่ปรึกษาที่ไว้ใจ บอกเล่าเรื่องราวเหล่านั้น เชื่อไหมว่าเมื่อได้บอกออกไปแล้ว สิ่งแรกที่ได้คือเราได้ความสบายใจ โล่งใจ สองเราได้ตัวเลือก หรือคำตอบมากขึ้น เห็นทางออกมากขึ้น” “ปัตร” หนุ่มวิศวะโยธา มทร.ธัญบุรี ฝากทิ้งท้าย

เปิดเผยเทคนิคกันหมดเปลือกแบบนี้ ใครสนใจก็นำไปปรับใช้ได้เลย เพราะหนุ่ม “ปัตร” บอกผ่านทีมงาน “Campus Life” แล้วว่า เทคนิคนี้เปิดให้นำไปใช้ฟรี ไม่คิดตังค์!!!