ตามที่โครงการดาวเทียม CUSAT-1 ของนิสิตจากชมรมเทคโนโลยีดาวเทียมและอวกาศ จุฬาฯ (Chulalongkorn University Satellite and Aerospace Technology Club) หรือ CUSAT ได้รับการประกาศให้เป็น “Awardee” ในโครงการ KiboCUBE Programme 9th Round โครงการอวกาศระดับนานาชาติ จากผู้สมัครมากกว่า 20 ประเทศ ซึ่งได้ประกาศผลอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2569 ภายในงาน COPUOS 2026 Side Event ณ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย นั้น

นายณัฐวัฒน์ สามัคคีธรรม ชั้นปี 3 วิศวกรรมไฟฟ้า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รองประธานชมรมเทคโนโลยีดาวเทียมและอวกาศ จุฬาฯ กล่าวว่า ชมรมเทคโนโลยีดาวเทียมและอวกาศ จุฬาฯ (Chulalongkorn University Satellite and Aerospace Technology Club) หรือ CUSAT มีสมาชิกปัจจุบันทั้งหมด 18 คน โดยมี นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นแกนหลัก ร่วมด้วยนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ซึ่งมีความสนใจในเรื่องเดียวกัน ก่อนหน้านี้เคยมีการสร้างดาวเทียมจำลองเข้าร่วมแข่งขันในโครงการต่างๆ ได้เพียงรางวัลรองชนะเลิศเท่านั้น และพอได้ทราบข่าวโครงการ KiboCUBE ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานกิจการอวกาศแห่งสหประชาชาติ (UNOOSA) และองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) จึงเกิดความสนใจ โดยทางโครงการให้ส่งเป็นไฟล์เอกสารไปพิจารณาก่อนเมื่อช่วงเดือน มิ.ย. 68 ทั้งข้อมูลดาวเทียมที่จะสร้าง ข้อมูลทางวิศวกรรมศาสตร์ ว่าดาวเทียมจะทำอะไรได้บ้าง ให้ทางคณะกรรมการโครงการพิจารณา

รองประธานชมรมเทคโนโลยีดาวเทียมและอวกาศ จุฬาฯ กล่าวต่อไปว่า สำหรับภารกิจหลักของดาวเทียม ที่ทางชมรมฯ นำเสนอไปนั้น มุ่งเน้นที่การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและการบริหารจัดการทรัพยากร ได้แก่ การติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่เกษตรกรรมและพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย การตรวจจับร่องรอยการเผาพื้นที่เกษตรจากภาพถ่ายดาวเทียม การสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การลดความเสียหายทางการเกษตร และติดตามปัญหามลพิษทางอากาศจากการเผาในที่โล่ง นอกจากภารกิจด้านสิ่งแวดล้อม โครงการ CUSAT-1 ยังมุ่งสร้างโอกาสทางการศึกษา โดยการพัฒนาระบบที่เปิดให้นักเรียน นักศึกษา และสถาบันการศึกษาสามารถเข้าถึงการควบคุมดาวเทียมจริง รับข้อมูลจากสถานีภาคพื้นดิน และวิเคราะห์ข้อมูลผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์

“ตอนรอฟังผลการพิจารณา ไม่คิดว่าจะผ่าน คิดเพียงแค่ว่าอยากทำตามความฝัน เมื่อมีอีเมลแจ้งกลับมาว่า โครงการดาวเทียมของเรา ผ่านการพิจารณาจาก โครงการ KiboCUBE Programme 9th Round แล้ว ดีใจมาก กลุ่มไลน์ของชมรมแทบแตก เพราะเท่าที่ทราบยังไม่เคยมีโครงการจากประเทศไทยผ่านการพิจารณาในโครงการนี้มาก่อนด้วย หลังจากนี้ทาง KiboCUBE ให้เวลาในการสร้างดาวเทียม 12-18 เดือน จากนั้นจะส่งไปที่องค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) เพื่อทดสอบดาวเทียม ก่อนจะส่งไปที่ สถานีอวกาศนานาชาติ และให้นักบินอวกาศญี่ปุ่น ในห้องปฏิบัติการคิโบะโมดูล ปล่อยดาวเทียมออกสู่อวกาศจริงต่อไป โดยมีกำหนดปล่อยขึ้นสู่อวกาศในปี 2028 หรือ พ.ศ. 2571” นายณัฐวัฒน์ กล่าว



