สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ว่า นายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ สนทนาทางโทรศัพท์กับนายเดนิส มอนกาดา รมว.การต่างประเทศของนิการากัว เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งประเด็นสำคัญของการหารือ รวมถึงการที่นิการากัวปล่อยตัวนักโทษการเมือง 222 คน และ “ความสำคัญของการเจรจาอย่างสร้างสรรค์” โดยไม่มีการลงลึกในรายละเอียด ตามการเปิดเผยจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ


ความเคลื่อนไหวซึ่งแทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน “อย่างเป็นทางการ” ระหว่างสองประเทศซึ่งถือเป็น “ไม้เบื่อไม้เมา” ต่อกันมานานหลายทศวรรษ เกิดขึ้นหลังศาลสูงของนิการากัวมีคำสั่งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ให้ปล่อยตัวนักโทษการเมือง “ซึ่งถือเป็นผู้ทรยศชาติ” 222 คน ส่วนใหญ่เป็นบุคคลในหลากหลายสาขาอาชีพ และถือเป็น “ปรปักษ์ทางการเมือง” ของประธานาธิบดีดาเนียล ออร์เตกา พร้อมทั้งย้ำว่า กลุ่มคนเหล่านี้ “ต้องถูกผลักดันออก” ภายในอนาคตอันใกล้ โดย 220 คน เดินทางไปยังสหรัฐ ส่วนที่เหลืออีก 2 คน “สมัครใจ” อยู่ต่อในนิการากัว


ขณะที่แหล่งข่าวในรัฐบาลวอชิงตันให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การที่อดีตนักโทษการเมืองเหล่านี้สามารถเดินทางไปยังสหรัฐพร้อมกันในคราวเดียวได้ เป็นผลจากการเจรจาและการวิ่งเต้นลับหลังนานหลายสัปดาห์ จนกระทั่งออร์เตกายอมอนุญาต และการให้พำนักในสหรัฐมีระยะเวลานาน “อย่างน้อย 2 ปี” ด้านรัฐบาลสเปนเสนอมอบสัญชาติให้แก่บรรดาอดีตนักโทษการเมืองชาวนิการากัวทั้ง 220 คน หลังสภาของนิการากัวเตรียมเพิกถอนสัญชาติกลุ่มคนดังกล่าว


อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศนิการากัวออกแถลงการณ์ในเวลาต่อมา ปฏิเสธว่า การปล่อยตัวครั้งนี้เชื่อมโยงการเจรจากับสหรัฐ และมีรายงานว่า บิชอป โรลันโด อัลวาเรซ หนึ่งในผู้ที่ได้รับการปล่อยตัว แต่ปฏิเสธเดินทางไปยังสหรัฐ ถูกพิพากษาจำคุก 26 ปี เพิกถอนสัญชาติ และปรับเงิน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา.

เครดิตภาพ : AFP