เมื่อเวลา 15:30 น. วันที่ 1 เมษายน พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบ.ตร. ดูแลด้านงานบริหาร เดินทางมายัง สน.สุทธิสาร เพื่อตรวจอาคาร สน.สุทธิสารหลังใหม่ หลังตกเป็นประเด็นเรื่องบันไดของอาคารที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่สามารถขึ้นไปชั้น 2 ได้ แต่ท้ายที่สุดทางตำรวจชี้แจงว่าเป็นเพียงการนำฝ้ามาปิดป้องกันไม่ให้บุคคลภายนอกขึ้นอาคาร

รอง ผบ.ตร. ยืนยันว่าบันไดของอาคารเปิดให้ใช้งานได้ตามปกติแล้ว โดยผู้รับเหมาได้รื้อฝ้าที่ปิดกั้นออก ทำให้สามารถเดินขึ้นอาคารได้ตามปกติ พล.ต.อ.กรไชย เดินขึ้นบันไดไปยังชั้น 2 เพื่อยืนยันว่าสามารถใช้งานได้จริง และตรวจสภาพโดยรวมของอาคารหลังใหม่ที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว เหลือเพียงระบบไฟฟ้า

พล.ต.อ.กรไชย ระบุว่า ภาพที่ปรากฏก่อนหน้านี้เป็นการนำแผ่นฝ้ามาปิดชั่วคราวเพื่อป้องกันคนจรจัดเข้ามาสร้างความเสียหายในช่วงที่อาคารยังไม่เปิดใช้งาน ขณะนี้ได้รื้อฝ้าออกและสั่งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยแล้ว

สำหรับการส่งมอบอาคารหลังใหม่ อาคารยังไม่เปิดใช้งานเนื่องจากติดขัดเรื่องการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า ขณะนี้อยู่ระหว่างปรับรูปแบบการวางระบบไฟฟ้าจากบนดินตามสัญญาเดิมเป็นการเดินระบบใต้ดิน ตามแนวทางของการไฟฟ้านครหลวงในพื้นที่ดังกล่าว รวมถึงเตรียมความพร้อมด้านสาธารณูปโภค โดยการไฟฟ้านครหลวงจะเข้าดำเนินการนำสายไฟลงใต้ดินและติดตั้งระบบไฟฟ้าแรงสูงเพื่อรองรับการใช้งานของอาคารทั้งส่วนสำนักงานและอาคารพักอาศัย ให้สามารถเปิดใช้งานได้อย่างสมบูรณ์และปลอดภัย

ส่วนความล่าช้าในการก่อสร้าง พบว่าผู้รับเหมาส่งงานล่าช้ากว่าสัญญา 290 วัน เนื่องจากปัจจัยหลายประการ เช่น โรคระบาดและภัยพิบัติอื่น ๆ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ปรับเงินตามระเบียบรวมเป็นเงิน 6,811,000 บาท ซึ่งผู้รับเหมาได้ชำระเรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ รอง ผบ.ตร. ยังกล่าวถึงกรณีบริษัทผู้รับเหมาที่มีกระแสข่าวเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ตึกถล่มว่า ตำรวจเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และยืนยันว่าอาคาร สน.สุทธิสาร ผ่านการตรวจสอบโครงสร้างจากทีมวิศวกรโยธาแล้วว่าปลอดภัย ส่วนประเด็นที่มีอดีตนายตำรวจและนักการเมืองโพสต์วิพากษ์วิจารณ์แบบแปลนอาคาร เป็นความเข้าใจผิด และควรสอบถามข้อมูลที่ถูกต้องก่อนโพสต์ เพื่อไม่ให้สังคมสับสน พร้อมยืนยันว่าตั้งใจบริหารงบประมาณภาษีประชาชนให้คุ้มค่า ทั้งการสร้างสถานีตำรวจรูปแบบใหม่และปรับปรุงสวัสดิการเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตตำรวจ

พล.ต.อ.กรไชย ยังเปิดเผยถึงกรณีอาคาร สน.สามเสน ว่าขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรอชดใช้ทางแพ่งจากบริษัทผู้รับผิดชอบโครงการที่ทำให้เกิดดินถล่มและส่งผลกระทบต่ออาคาร สน.สามเสน หลังจากนี้จะดำเนินการออกแบบและก่อสร้างอาคารหลังใหม่ต่อไป แต่ต้องตรวจสอบสภาพพื้นดินว่ามีความปลอดภัยและเหมาะสมหรือไม่ หลังเกิดเหตุดินถล่มเมื่อปีที่ผ่านมา