เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 8 ก.ค. 69 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. … หลังจากที่วุฒิสภาส่งร่างกฎหมายที่แก้ไขกลับมาให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาว่าจะยืนยันให้ความเห็นชอบหรือไม่ ข้อบังคับการประชุมสภา พ.ศ. 2562 ข้อ 137

ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวที่ผ่านการพิจารณาจากชั้น สว. ไม่นิรโทษกรรมแก่ผู้ทำความผิด ป.อาญา ม.112 ที่เป็นเยาวชน

นายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคประชาชน อภิปรายว่า ไม่เห็นด้วยกับการที่วุฒิสภาแก้ไขความผิด มาตรา 112 ไม่ให้รวมถึงเด็กอายุไม่ถึง 18 ปี ที่ผ่านมา มาตรา 112 ถูกใช้เป็นเครื่องมือการเมือง ทำให้ประชาชนจำนวนหนึ่งกลายเป็นจำเลย เพราะการตั้งคำถาม หรือเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองโดยสันติ การตัดความผิด มาตรา 112 ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่การปรองดอง เป็นการเลือกปรองดองเฉพาะบางฝ่าย ให้อภัยเฉพาะบางคน

ปัญหามาตรา 112 คือ การตีความที่ไม่มีความแน่นอน แต่มีโทษรุนแรง จำคุก 3-15 ปี ปัญหามาตรา 112 มี 4 ชั้น คือ 1.ความไม่ชัดเจนของกฎหมาย ถ้อยคำหมิ่นประมาท อาฆาตมาดร้าย ควรมีขอบเขตชัดเจนมากกว่ากฎหมายอาญาทั่วไป บางครั้งแค่พูดในแง่วิชาการก็ถูกตีความเป็นความผิด ทำให้คนมีอำนาจได้เปรียบ ประชาชนต้องเซ็นเซอร์ตัวเอง 2.โทษไม่ได้สัดส่วน จำคุก 3-15 ปี ต่อกรรม เป็นโทษที่รุนแรง 3.กระบวนการยุติธรรมก่อนคำพิพากษา ถูกลงโทษตั้งแต่วันที่ถูกกล่าวหา หลายคนถูกปฏิเสธประกันตัว จำกัดสิทธิเสรีภาพ แม้ในที่สุดจะถูกยกฟ้อง แต่ถูกลงโทษไปแล้ว

4.ปัญหาการเมืองและสังคม มีการใช้คดีเป็นเครื่องมือเล่นงานคู่ขัดแย้ง ทำให้สถาบันถูกดึงมาอยู่ในความขัดแย้ง การปกป้องสถาบันต้องไม่ทำลายหลักนิติรัฐ สิทธิขั้นพื้นฐานประชาชน ดังนั้นหากจะนิรโทษกรรมคดีทางการเมืองอย่างจริงใจ ต้องไม่ถูกตัดออกจากการพิจารณาโดยอัตโนมัติ ถ้าไม่แตะคดี 112 จะไม่สามารถปิดบาดแผลทางการเมืองได้

นายธงธรรม เวชยชัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนขอร่วมสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ และยอมรับว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่สมบูรณ์แบบ สิ่งที่ สว.แก้ไขไม่ให้เด็กอายุ 18 ปี ได้รับนิรโทษกรรม ความผิดมาตรา 112 เข้าใจถึงความผิดหวังนี้ แต่การเมืองในโลกแห่งความเป็นจริง ไม่มีกฎหมายใดที่ทำให้ทุกฝ่ายได้ทุกอย่างตามที่ต้องการ แต่ถ้าหากสภาเลือกใช้วิธีตั้งกรรมาธิการร่วมฯ สิ่งที่ต้องเจอคือ การรอคอยอย่างน้อย 1 ปี ทำให้ประชาชนหลายพันคนไม่มีโอกาสกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ และระหว่างรอก็ไม่ได้หมายความว่า จะเปลี่ยนแปลงอะไรได้ เพราะหลักการกฎหมายถูกกำหนดไว้ตั้งแต่วาระที่ 1 โอกาสเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญกฎหมาย แทบเป็นไปไม่ได้

“หากมองตามข้อเท็จจริงในวันนี้ ก็ไม่มีเยาวชน 18 ปี ถูกคุมขังตามความผิด มาตรา 112 ดังนั้นการรอ 1 ปี ก็อาจไม่มีผลลัพธ์ทางปฏิบัติตามที่หลายฝ่ายคาดหวัง และโอกาสที่ กมธ.ร่วมจะเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญทางกฎหมายก็มีอย่างจำกัด ดังนั้นต้องเลือกจะให้ประเทศเดินหน้าได้ทันที หรือให้ทุกอย่างหยุดรอ โดยไม่มีหลักประกันสิ่งที่หวังจะเกิดขึ้นจริง

“หัวใจกฎหมายฉบับนี้คือ การก้าวไปให้ไกลที่สุดเท่าที่สังคมยอมรับได้ ไมมีใครได้ทั้งหมด ไม่มีใครเสียทุกอย่าง กฎหมายฉบับนี้จึงเป็นก้าวแรกที่เกิดขึ้นจริง ย่อมมีค่ามากกว่าก้าวที่สมบูรณ์แบบแต่ไม่มีวันเกิดขึ้นจริง อย่าให้การต่อสู้ไปพรากโอกาสของคนอีกหลายพันคน จุดยืนพรรคเพื่อไทยคือ การหาทางที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกันได้ และก้าวไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ในอนาคตถ้าสังคมไทยมาถึงจุดที่พร้อมจะพูดคุยในเรื่องละเอียดอ่อนได้ ก็สามารถกลับมาพูดคุยกันอีกครั้งได้” นายธงธรรม กล่าว

นายบุญรวี ยมจินดา สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรครวมใจไทย กล่าวว่า การไม่นิรโทษกรรม เด็กอายุ 18 ปี ที่มีความผิดมาตรา 112 เป็นเรื่องละเอียดอ่อน น่าเห็นใจ แต่เยาวชนมีกฎหมายเฉพาะคอยช่วยเหลืออยู่แล้ว ที่ผ่านมาศาลก็ตัดสินยกฟ้องเยาวชนจำนวนมาก การนิรโทษกรรมต้องไม่ช่วยทุกคน ทุกฝ่าย หมวด 2 ของรัฐธรรมนูญระบุว่า สถานะของพระมหากษัตริย์ ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิด กล่าวหาหรือฟ้องร้องในทางใดๆ มิได้ การไปนิรโทษกรรมเยาวชนเหล่านี้ มั่นใจได้อย่างไรว่า ในอนาคตจะไม่สร้างปัญหาความขัดแย้ง มาตรา 112 จึงเป็นกำแพงป้องกันไม่ให้ใครมาเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบัน

ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี อภิปรายว่า ตนสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.ที่ สว.แก้ไข แต่กังวลในบัญชีแนบท้าย ที่กำหนดให้นิรโทษกรรมความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 124 มาตรา 184 และ มาตรา 190 ซึ่งว่าด้วยความผิดที่เกี่ยวกับความลับประเทศ การช่วยให้ผู้อื่นไม่ให้รับโทษ และ ช่วยเหลือผู้หลบหนี ซึ่งตนกังวลว่าเกี่ยวข้องกับการชุมนุมอย่างไร หรือต้องการเอื้อประโยชน์ให้ใครหรือไม่ ดังนั้นตนขอฝากไปยังกรรมการตามกฎหมายที่ต้องใช้ดุลพินิจพิจารณานิรโทษกรรมด้วยว่า หากใช้ดุลพินิจที่เอื้อประโยชน์ทางกฎหมายใน 3 มาตราดังกล่าว และใช้ดุลพินิจไม่ชอบ อาจทำให้เกิดความขัดแย้งรอบใหม่ได้

ขณะที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า มีคำถามต่อการเติมบัญชีแนบท้ายที่ให้นิรโทษกรรมเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้ง และการเลือก สว. ที่ไม่เกี่ยวกับการชุมนุมของคนเสื้อเหลือง เสื้อแดง หรือ กลุ่ม กปปส. มีคำถามว่าระบุไว้ทำไม ทั้งนี้มีคนตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีประเด็นเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว. ทำให้ผู้ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา ที่รวมถึงกลุ่มการเมืองที่มีคนดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งไม่ทราบว่าจะถูกแจ้งข้อกล่าวหาในประเด็นใด แต่หากที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาในประเด็นอื่นที่ไม่เกี่ยวกับการทุจริตอาจได้รับประโยชน์