เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ตามนโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี แก๊งคอลเซ็นเตอร์ บัญชีม้า และเครือข่ายชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผู้ช่วย ผบ.ตร. รรท.ผบช.ก.8 พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดบูรณาการกำลังสืบสวนติดตามกลุ่มบุคคลต่างชาติที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการถอนเงินสดจากตู้ ATM ซึ่งเชื่อมโยงกับเงินที่ได้จากการหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์

สืบเนื่องตำรวจภูธรภาค 8 และตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ได้รับข้อมูลจากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ว่า มีกลุ่มบุคคลสัญชาติรัสเซีย ตระเวนถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็มในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยเงินที่ถอนมีความเชื่อมโยงกับบัญชีม้า ในคดีหลอกลวงออนไลน์หลายพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เส้นทางการเงิน และข้อมูลการเดินทาง ก่อนขออนุมัติหมายจับและหมายค้นจากศาลจังหวัดภูเก็ต

กระทั่งเจ้าหน้าที่ได้เปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 3 จุดในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จุดแรก ในพื้นที่ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต สามารถจับกุม นายอิเลีย คูไตซอฟ อายุ 26 ปี สัญชาติรัสเซีย ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดภูเก็ต พร้อมตรวจยึดเงินสดจำนวน 638,700 บาท และของกลางที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.วิชิต ดำเนินคดีตามกฎหมาย

จุดที่สอง ในพื้นที่ตำบลฉลอง อำเภอเมืองภูเก็ต พบ นายอีกอร์ สเตลมาค สัญชาติรัสเซีย ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบความเชื่อมโยงกับคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเจ้าหน้าที่ตรวจยึดเงินสดสกุลไทยจำนวน 4,594,420 บาท และเงินสดสกุลดอลลาร์สหรัฐ 6,271 ดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 206,943 บาท รวมมูลค่าประมาณ 4,801,363 บาท พร้อมของกลางอื่นที่เกี่ยวข้อง ขณะที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ตได้ดำเนินการตามกฎหมายคนเข้าเมือง และแจ้งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของบุคคลดังกล่าวแล้ว

ส่วนจุดที่สาม ในพื้นที่ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นเพื่อขยายผล แต่ไม่พบบุคคลเป้าหมาย จึงได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานและสืบสวนติดตามต่อไป

สรุปผลปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 1 ราย ควบคุมตัวชาวต่างชาติเพื่อดำเนินการตามกฎหมายคนเข้าเมืองได้ 1 ราย ตรวจค้นเป้าหมายรวม 3 จุด และตรวจยึดเงินสดรวมประมาณ 5,440,063 บาท พร้อมของกลางอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ความเชื่อมโยงกับบัญชีม้า และคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในหลายพื้นที่

ตำรวจระบุว่า เชื่อว่ายังอาจมีผู้เสียหายอีกจำนวนหนึ่งที่ยังไม่ทราบว่าตนเองตกเป็นเหยื่อของขบวนการดังกล่าว หรือยังไม่ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ จึงอยู่ระหว่างเร่งขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการ ผู้สั่งการ และผู้ได้รับผลประโยชน์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด

ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตย้ำว่า จะเดินหน้าปราบปรามเครือข่ายบัญชีม้า ผู้รับจ้างถอนเงินสด และอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเข้มงวด ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะเป็นบุคคลสัญชาติใด หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด พร้อมขอความร่วมมือประชาชน หากสงสัยว่าถูกหลอกลวงทางออนไลน์ หรือพบเห็นพฤติกรรมต้องสงสัยเกี่ยวกับการรับจ้างเปิดบัญชี รับโอนเงิน หรือถอนเงินสดผิดปกติ สามารถแจ้งสถานีตำรวจใกล้บ้าน หรือสายด่วนศูนย์ AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.