สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ว่า อิหร่านเดินหน้าทางการทูตกับประเทศรอบอ่าวเปอร์เซีย พร้อมเตือนอย่างชัดเจนว่า อาจโจมตีแหล่งน้ำมัน โรงไฟฟ้า และระบบสาธารณูปโภค หากประเทศเหล่านี้ไม่ช่วยโน้มน้าวประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ให้ยุติการโจมตีอิหร่านและหันมาเจรจายุติสงคราม


แหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่านกล่าวว่า เป้าหมายที่อาจถูกโจมตีครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน แหล่งน้ำมัน โรงกลั่น ระบบไฟฟ้า ระบบประปา เครือข่ายคมนาคม และทรัพย์สินเชิงยุทธศาสตร์อีกหลายแห่งของชาติอาหรับที่เป็นพันธมิตรใกล้ชิดของสหรัฐ


ทั้งนี้ นายอับบาส อารักชี รมว.กระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน หารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และกาตาร์ รวมถึงผู้บัญชาการกองทัพปากีสถาน เพื่อขอให้ใช้ความสัมพันธ์กับทรัมป์ช่วยยับยั้งการโจมตีครั้งใหม่


อารักชีส่งสัญญาณว่า อิหร่านพร้อมตอบโต้หากถูกโจมตี โดยอาจมุ่งเป้าไปยังทรัพย์สินของสหรัฐและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทั่วภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย แต่ย้ำว่า การหาทางออกทางการทูตเป็นวิธีดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงการยกระดับความขัดแย้ง


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนความพยายามของอิหร่าน ในการใช้ความเปราะบางของประเทศอ่าวเปอร์เซียเป็นแรงกดดัน โดยชี้ว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่านอาจกระทบโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจในภูมิภาค


อย่างไรก็ตาม ซาอุดีอาระเบียเตือนว่า หากดินแดนของตนถูกโจมตี รัฐบาลจะตอบโต้ทางทหาร พร้อมเตือนว่า การยกระดับความขัดแย้งเพิ่มเติมไม่น่าจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ต้องการ


ขณะเดียวกัน ผู้นำอิหร่านยังคงเรียกร้องให้ปิดฐานทัพสหรัฐในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย และให้ประเทศอาหรับยุติการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองกับรัฐบาลวอชิงตัน ซึ่งอิหร่านเชื่อว่าถูกนำไปใช้สนับสนุนการโจมตี


เจ้าหน้าที่อิหร่านมองว่า ทรัมป์กำลังเผชิญทางเลือกที่ยากลำบากระหว่างการยกระดับสงคราม ซึ่งอาจขยายวงไปทั่วอ่าวเปอร์เซียและกระทบอุปทานพลังงานโลก กับการยอมรับข้อตกลงทางการทูต ที่อาจไม่ทำให้สหรัฐสามารถประกาศชัยชนะได้อย่างเด็ดขาด.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS