เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 69 “ปวีณา” เดินทางไป จ.เชียงใหม่ พาเคสสามีผู้เสียชีวิตร้องทุกข์ ภรรยาวัย 35 ปี แพทย์ผ่าตัดคลอดลูก ทำให้กระเพาะปัสสาวะและมดลูกฉีก ทำให้เสียเลือดมากจนเสียชีวิต ไปประชุมร่วมกับ นพ.ทศพล ดิษฐ์ศิริ สสจ.แม่ฮ่องสอน, นพ.ธนวัฒน์ คงธรรม รอง สสจ.แม่ฮ่องสอน, พญ.สุพรรษา ศรีชุ่มจิตร รอง สสจ.แม่ฮ่องสอน, นพ.ชีวา มั่งมี ผอ.รพ.ศรีสังวาลย์, นายปกรณ์ จีนาคำ สส.แม่ฮ่องสอน พรรคกล้าธรรม, ผู้บริหารสำนักงานเขตสุขภาพที่ 1, พญ.อัจฉรา กาสุนันท์ หน.กลุ่มงานสูติกรรม รพ.ศรีสังวาลย์, หน.กลุ่มงานสูติกรรม รพ.นครพิงค์ และตัวแทน นางสาวเรืองลักษณ์ ทิพย์ทอง พมจ.แม่ฮ่องสอน เพื่อรับฟังข้อมูลการรักษาจาก รพ. ทั้ง 4 แห่ง และสรุปแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต ที่สำนักงานเขตสุขภาพที่ 1 ตำบลริมใต้ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

ระหว่างการประชุม พญ.สุพรรษา ศรีชุ่มจิตร รอง สสจ.แม่ฮ่องสอน ได้ให้ข้อมูลด้านการรักษาตั้งแต่ รพ.ปาย ที่รับตัวคนไข้ หญิงวัย 35 ปี อายุครรภ์ 39 สัปดาห์ การตั้งครรภ์อยู่ในเกณฑ์ปกติ ก่อนจะมีการส่งต่อไปที่ รพ.ศรีสังวาลย์ จ.แม่ฮ่องสอน ช่วงเที่ยงคืนวันที่ 10 ก.ค. 69 คนไข้มีภาวะรกเกาะต่ำ ไม่สามารถคลอดเองได้ และครรภ์ลักษณะผิดสัดส่วน ศีรษะติดเชิงกรานมารดา ขณะผ่าตัดเกิดการฉีกขาดของมดลูกเพิ่มเติม เสียเลือด 2,000 มิลลิลิตร แล้วยังมีเลือดออกมากเกินศักยภาพ จึงส่งตัวไปที่ รพ.นครพิงค์ จ.เชียงใหม่ วันที่ 11 ก.ค. 69 ซึ่งไม่มีเฮลิคอปเตอร์เคลื่อนย้ายทางอากาศ โดยเดินทางภาคพื้นดิน แพทย์ รพ.นครพิงค์ ได้ทำการผ่าตัดรักษา แต่ยังพบว่าคนไข้เลือดออกมากในช่องท้อง และต้องฟอกเลือดเพราะไตวายเฉียบพลัน มีเลือดคั่งในช่องท้อง ภาวะวิกฤต ก่อนจะส่งไปโรงพยาบาลแห่งสุดท้าย แพทย์ให้การช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ ก่อนที่คนไข้จะเสียชีวิตลงในวันที่ 19 ก.ค. เวลาประมาณ 12.00 น.

ภายหลังการประชุม นพ.ทศพล ดิษฐ์ศิริ สสจ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย ในเรื่องการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการรักษาตามมาตรา 41 เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 69 ได้รับหนังสือขอรับเงินเยียวยาจากทางครอบครัวผู้เสียหายแล้ว ขณะเดียวกันก็ได้รับหนังสือขั้นตอนการรักษาของทั้ง 4 โรงพยาบาล ซึ่งจะต้องนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ 9 คน ในวันที่ 10 ส.ค. 69 ช่วงบ่าย เมื่อได้ข้อสรุปจะนำเสนอเรื่องไปยัง ผอ.สปสช. ใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ โดย สสจ.แม่ฮ่องสอน รับปากจะเร่งติดตามเรื่องให้การช่วยเหลือโดยเร็ว

นพ.ธนวัฒน์ คงธรรม รอง สสจ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า วันนี้ที่มาไม่ได้แก้ตัวแทนหมอที่ทำหน้าที่ในวันนั้น เจตนาของหมอที่ทำงานรักษา ไม่มีหมอคนไหนที่อยากทำลายคนไข้ อยากให้คนไข้กลับมามีชีวิตที่ปกติสุข ณ วันนั้นมี 2 ชีวิตที่เราต้องช่วย เพราะพยายามช่วยเด็กขึ้นมา สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ไม่ใช่สิ่งที่ผิดพลาด แต่เป็นสิ่งที่เกินความคาดฝันของแพทย์ หมอพยายามทำสิ่งที่ดี อยากให้คนไข้รอดกลับไป ตั้งแต่หลังเกิดเหตุก็ได้นำนมผงไปช่วยเหลือให้เด็ก และจะช่วยเหลือต่อไปจนเด็กอายุ 1 ขวบ หรือเท่าที่เด็กต้องการ สุดท้ายนี้ขอให้ทุกหน่วยงานร่วมช่วยดูแลเด็กทั้ง 3 คน และครอบครัวนี้ไปด้วยกัน

นางปวีณา กล่าวว่า หลังรับเรื่อง นางปวีณาประสานปลัดกระทรวงสาธารณสุขและ สสจ.แม่ฮ่องสอน โดยได้มีการนัดประชุมกันที่ จ.เชียงใหม่ ในวันนี้ หลังการประชุมทางครอบครัวผู้เสียหายมีกำลังใจขึ้นมาก ที่มีหน่วยงานมาร่วมกันให้ความช่วยเหลือ โดย สสจ.ยืนยันจะเร่งนำเรื่องเข้าที่ประชุมวันที่ 10 ส.ค. นี้ เพื่อเยียวยาครอบครัวผู้เสียหายตามมาตรา 41 และให้การช่วยเหลือนมผงกับทารกเป็นเวลา 1 ปี

ขอบคุณ สสจ.แม่ฮ่องสอน รอง สสจ. ผอ.รพ. ผู้บริหารโรงพยาบาล และผู้บริหารสำนักงานเขตสุขภาพที่ 1 สส.ปกรณ์ สส.แม่ฮ่องสอน เขต 1 พมจ.แม่ฮ่องสอน กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ที่มาประชุมบูรณาการให้การช่วยเหลือร่วมกัน โดย สส.ปกรณ์ ได้ช่วยประสานงานจัดหาที่ประชุมให้ในครั้งนี้ ทั้งนี้ นางปวีณาขอฝาก สส.ปกรณ์ ในการดูแลครอบครัวผู้เสียหาย เพราะเป็นคนในพื้นที่เขต 1 แม่ฮ่องสอนของ สส.ปกรณ์ และขอให้เชื่อมั่นว่ามูลนิธิปวีณาฯ จะไม่ทอดทิ้ง จะติดตามความช่วยเหลือร่วมกับทุกหน่วยงานต่อไป

นางปวีณา กล่าวอีกว่า อยากฝากไปถึงรัฐบาลว่า หัวใจของประเทศคือกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ ถ้าจังหวัดที่เปรียบเป็นตะเข็บชายแดนก็จะไม่ได้รับอะไรที่เท่าเทียม อย่างอัตรากำลังแพทย์ พยาบาลที่ไม่เพียงพอ และครูที่ไม่เพียงพอ ส่วนใหญ่จะกระจุกอยู่ในกรุงเทพฯ แต่ไม่กระจายไปทางชนบท รวมทั้งอุปกรณ์การแพทย์เฉพาะทางก็ไม่มี และเฮลิคอปเตอร์สกายดอกเตอร์สำหรับเคสเร่งด่วนในพื้นที่ห่างไกลก็ไม่มี อยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญ และมีนโยบายที่ชัดเจน ขณะที่ สส. เองต้องอภิปรายเรื่องงบประมาณ ให้ลงในพื้นที่ เราทุกคนต้องช่วยกันดูแลพี่น้องประชาชน และที่สำคัญโรงพยาบาลทุกแห่งควรจะมีทีมสื่อสารกับประชาชน เมื่อเกิดความสูญเสีย ต้องทำความเข้าใจและให้การช่วยเหลือทันที

ด้าน นายปกรณ์ จีนาคำ สส.แม่ฮ่องสอน พรรคกล้าธรรม กล่าวว่า ตนได้ทราบเรื่องนี้จึงได้ประสานท่านปวีณา และท่านได้ให้มาร่วมประชุมด้วย เพื่อช่วยติดตามเคสให้ท่านปวีณา ซึ่งอยู่ในพื้นที่แม่ฮ่องสอน อยากฝากถึงผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ในพื้นที่ไม่ค่อยได้รับการดูแลเท่าไหร่ ขอบคุณท่านปวีณาที่เป็นกระบอกเสียงให้พี่น้องประชาชนมานานกว่า 30 ปี ตนจะร่วมให้การช่วยเหลือเคสนี้ร่วมกับท่านปวีณาอย่างใกล้ชิดต่อไป

ด้านตัวแทน นางสาวเรืองลักษณ์ ทิพย์ทอง พมจ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า หลังเกิดเหตุ ทาง พมจ.แม่ฮ่องสอน และหัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวแม่ฮ่องสอนได้ประชุมและลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน พบผู้สูญเสียมีลูก 3 คน ได้เยี่ยมให้กำลังใจ มอบเครื่องอุปโภคบริโภคไปเบื้องต้นแล้ว พร้อมกับประสาน รพ.สต. นำนมผงไปสนับสนุน และช่วยเหลือเงินสงเคราะห์ครอบครัว 3,000 บาท

ในระยะยาวทางกระทรวงพัฒนาสังคมฯ สนับสนุนเงินเด็กแรกเกิดเดือนละ 600 บาท อายุ 0-6 ปี หากผู้เสียหายต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม ทาง พม. จะประสานกับ อบต. ในพื้นที่ร่วมให้การช่วยเหลือต่อไป

พ่อสามีผู้เสียหาย กล่าวว่า ขอขอบคุณท่านปวีณา หงสกุล และเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ ที่ให้การช่วยเหลือครอบครัวของตนอย่างเต็มที่และดียิ่ง เหมือนกับตนเป็นคนในครอบครัว ตนและครอบครัวเข้าใจดีว่าไม่มีหมอคนไหนอยากทำให้คนไข้ตาย และยังให้กำลังใจหมอในการทำงาน

ขอบคุณ สสจ.แม่ฮ่องสอน ผอ.โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ พมจ.แม่ฮ่องสอน ที่ยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้ และขอบคุณ สส.ปกรณ์ สส.แม่ฮ่องสอน เขต 1 ที่ตนอยู่ และได้มาช่วยเหลือตนร่วมกับท่านปวีณา