โดนข่าวปลอมเล่นงานจนเกิดความเสียหายอย่างหนักสำหรับนักร้อง-นักแสดงสาวตัวแม่ “ใหม่ เจริญปุระ” ที่ก่อนหน้านี้ถูกเพจโซเชียลสร้างข่าวเท็จสร้างเรื่องราวว่า นำคุณแม่ไปทิ้งไว้ที่ บ้านสุขสุดท้าย ซึ่งเป็นโครงการของ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ และ เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ จนกลายเป็นกระแสดราม่าเข้าใจผิดในสังคมอย่างกว้างขวาง
ล่าสุด ใหม่ เจริญปุระ พร้อมด้วยมารดา นางวิภากร สนธิกุล, พี่สาว แมว-จันทร์แก้ว เจริญปุระ และผู้จัดการส่วนตัว “นิด-ณภัค ภัทรวิมล” ได้ร่วมกันตั้งโต๊ะแถลงข่าว ณ ร้านละมุนลิ้น โฮม คิทเช่น เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและเคลียร์ชัดทุกประเด็นความเข้าใจผิด
ใหม่ เจริญปุระ เผยว่า
“ขอบคุณสื่อมวลชนทุกแขนงที่แก้ข่าวให้กับใหม่และเอ็นดูใหม่มาตลอดเวลาที่อยู่ในวงการบันเทิง วันนี้ไม่มีอะไรจะมาพูดมากมาย นอกจากพามาเห็นด้วยตา วันนี้มีทั้งพี่สาวและคุณแม่อยู่ข้างๆ ใหม่ อันนี้เรียกว่าสิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น อย่างที่เห็นกันอยู่ว่าวันนี้คุณแม่หน้าตาแจ่มจรัส ซึ่งจริงๆ แล้วคุณแม่เพิ่งผ่านการเจ็บไข้ได้ป่วยมา ล้มสามครั้งตามที่ทุกคนทราบและมีภาวะเลือดคั่งในสมอง ตอนนี้ผ่านวิกฤติตรงนั้นมาได้แล้ว ณ วันนี้พอมาได้เจอข่าวที่ไม่มีข้อมูลความจริง คุณแม่ก็รู้สึกเข้าใจและครอบครัวใหม่ก็แอบเสียใจเพราะคุณแม่นอนไม่หลับ ท่านเป็นผู้ใหญ่อายุ 80 กว่าๆ แต่ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่โดยเฉพาะผู้ใหญ่มันไม่ใช่เรื่องรื่นรมย์อยู่แล้ว ยิ่งเรื่องไหนที่ไม่ใช่ความจริงมันก็ยิ่งหนัก”
“แรกๆ ใหม่ก็รู้สึกว่ามันตลกเห็นว่าเป็นเรื่องขำๆ พอดูไปดูมามันเริ่มไม่ค่อยขำ มันเริ่มกระพือขึ้น บางคนในโซเชียลค่อนข้างรุนแรง เขาก็ไม่รู้ว่าอันไหนเป็นเรื่องเท็จอันไหนเป็นเรื่องจริง ขอบคุณทุกคนที่วันนี้ใหม่ได้ชี้แจง อยากจะบอกว่าเรามีแม่คนเดียวมีพ่อคนเดียวเขาเป็นแม่พระในดวงใจไม่ต้องสงสัยเลย ใหม่ดูแลแม่ใหม่ได้และใหม่ทำงานอยู่จนถึงทุกวันนี้เพราะที่จะดูแลแม่ใหม่อย่างดีที่สุด”
“ในส่วนที่พี่ท็อป บรรลือฤทธิ์ ออกมาแก้ข่าวให้ใหม่ อยากจะบอกว่าโครงการบ้านสุขสุดท้ายเป็นโครงการที่ดีมาก พี่ท็อปและพี่ไทด์ทำเพื่อสังคมมาอย่างเนิ่นนาน เพราะฉะนั้นการที่ไปกุข่าวแบบนั้นมันก็กระทบกลายเป็นโดมิโนทำให้หลายๆ ท่านเสียหาย ใหม่เสียหาย ครอบครัวเสียหาย คุณแม่ของใหม่เสียใจ ใหม่มองว่าไม่ค่อยน่ารักสักนิดนึง พอเราไม่ได้ใช้วิจารณญาณในบางเรื่องบางทีลงเรื่องไปแล้วเราก็ เอ๊ะ คุณไปเอาเรื่องที่ไหนมาเขียน อยากให้ทุกอย่างอยู่ในความถูกต้องนิดนึง ใช้ชีวิตก็ยากอยู่แล้วชีวิตเป็นของเรา อยู่ดีๆ มาเจอเหตุการณ์แบบนี้”
ผู้จัดการส่วนตัว นิด-ณภัค ภัทรวิมล เผยว่า
“เพิ่งมาทราบข่าวเมื่อวันที่ 1 ส.ค. คาดว่าโพสต์ต้นเรื่องน่าจะโพสต์เมื่อวันที่ 31 ก.ค. เพราะข้อมูลขึ้นว่าผ่านมาประมาณ 23 ชั่วโมงแล้ว แต่บังเอิญว่ามีคนแชร์เรื่องนี้ออกไปเยอะมากและมีคนเข้ามาคอมเมนต์ด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย บางท่านที่ไม่รู้ก็พูดกันไปต่างๆ นานา และทำให้พี่ใหม่เสื่อมเสียชื่อเสียง”
ใหม่ เจริญปุระ เผยต่อว่า
“จริงๆ คือเราเศร้าก็แอบร้องไห้ ตอนแรกๆ เราก็ขำว่าเป็นเรื่องบ้าบอแต่พอผ่านไปสักพักเราก็เริ่มเครียดเพราะมันเริ่มเยอะขึ้น เพราะหันดูแม่ แม่ก็เริ่มนอนไม่หลับ คือทุกวันนี้ที่เราทำได้คืออยากให้แม่มีความสุข สิ่งนี้คือที่สุดแล้วกินดีอยู่ดีมีความสุขให้แม่ยิ้มได้ เป็นความสุขที่สุดของคนเป็นลูก แต่พอมันมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ มันกระทบทั้งแม่และตัวเราและกระทบคนอื่น ตอนแรกก็ดูว่ามันอาจจะไม่ได้รุนแรง ซึ่งถ้าใครที่เป็นแฟนคลับใหม่จริงๆ จะรู้ว่าตัวใหม่เนี่ยติดกับแม่มาก แทบจะเป็นลูกแหง่ คิดว่าคนที่ทำแบบนี้น่าจะไม่ใช่แฟนคลับของเรา ไม่ได้รู้เรื่องราวของเราและด้วยเหตุผลอะไรใหม่ก็ไม่ทราบแต่ไม่ใช่ข้อมูลที่เป็นความจริง ถามว่ารู้เรื่องราวได้ยังไง คือมันเป็นเรื่องราวที่เล่าสู่กันฟัง กลายเป็นว่าพอเริ่มเล่ากันไปเรื่อยๆ ต่อๆ กันไป เราก็เริ่มเอ๊ะ มันไม่ค่อยตลกแล้ว”
ผู้จัดการส่วนตัว นิด-ณภัค ภัทรวิมล พูดเสริมว่า “จากเพจแรกแชร์ต่อไปยังเพจที่สองและเพจต่อๆ ไป แถมยังมีการลงภาพด้วย เราออกมาชี้แจงเพราะเราก็ต้องปกป้องชื่อเสียงทั้งของพี่ใหม่และคุณแม่ว่ามันไม่เป็นความจริง”
คุณแม่วิภากร สนธิกุล เผยว่า
“มีคนมาพูดว่าได้ข่าวว่าแม่ไปอยู่บ้านสุขสุดท้าย เราก็ตกใจ คือเราไปจริงแต่เราไปทำบุญ”
ใหม่ เจริญปุระ เล่าว่า
“เราไปทำบุญ เอาก๋วยเตี๋ยวไปร่วมบุญ ใหม่ช่วยเหลือสังคมในลักษณะนี้แบบที่เราพอทำได้มาโดยเสมอโดยที่ไม่ได้ออกข่าว เราปิดทองหลังพระเป็นประจำ มันเป็นสิ่งที่เราน่าจะทำเพราะเราอยู่ในสปอตไลต์ อะไรที่คืนกลับให้สังคมได้เราก็ควรจะทำ”
ผู้จัดการส่วนตัว นิด-ณภัค ภัทรวิมล เผยถึงเรื่องคดีความว่า
“เบื้องต้นในตอนนี้เราได้แจ้งความไว้ก่อน จริงๆ ไม่ได้อยากให้เรื่องราวบานปลาย ทางเพจต้นโพสต์ได้มีการลบและขอโทษ เราก็ยินดีมากๆ แต่ยังไงก็เพื่อปกป้องสิทธิและชื่อเสียงไว้ก็คงต้องมีการแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน หลังจากเขาลบโพสต์ไปก็ไม่ได้ติดต่อมาทางใหม่เพื่อขอโทษเลย ต้องบอกว่าตอนนี้ข้อมูลข่าวสารมันมีการแชร์และพูดถึงไปในโซเชียลมากมายทั้งเรื่องที่เท็จและเรื่องที่จริงเต็มไปหมด เราไม่สามารถไปควบคุมใครได้ เพราะฉะนั้นก็แล้วแต่ทางเพจต้นเรื่องหรือเพจที่ใช้แชร์กันออกไปว่าจะกรุณา”
ใหม่ เจริญปุระ พูดต่อว่า
“บางทีก็ต้องใช้วิจารณญาณในการรับชม เพราะเราก็ไม่รู้ว่าคนนี้คิดอะไรหรือทำไปเพราะอะไร เราไม่สามารถล่วงรู้และไปก้าวล่วงสิ่งที่เขาทำด้วย แต่พอมันกระทบตัวเราและครอบครัวแล้วมันเป็นเรื่องไม่จริง มันเกิดความเสียหายและเริ่มเกิดความรู้สึกที่ไม่ดี และก็เกิดอะไรได้อีกหลายอย่างเพราะมนุษย์ชีวิตในแต่ละวันมันก็ไม่ได้ง่ายอยู่แล้วในการใช้ชีวิตในสังคมทุกวันนี้ แต่พอเราทำดีแล้วมันเจอเรื่องแบบนี้เราก็งงว่ามันเป็นนิทานหรือละครเรื่องใหม่ พล็อตใหม่เหรอ”
ผู้จัดการส่วนตัว นิด-ณภัค ภัทรวิมล กล่าวเสริมว่า
“คือบางคนเขาอาจจะไม่ได้เล่นโซเชียลอยู่ตลอดเวลา แล้วเขาไปเห็นข้อความแบบนี้ปุ๊บ เขาก็ฝังใจไปแล้วว่า ใหม่ เจริญปุระ เป็นแบบนี้เหรอ เขาก็เชื่อไปแล้ว อันนี้มันก็คงยาก”
ใหม่ เจริญปุระ เผยว่า
“ถามว่าเสียใจไหมที่เรากตัญญูมาตลอดชีวิตแต่มาเจอเรื่องแบบนี้ คือมันหมดกำลังใจสำหรับบางห้วงของอารมณ์ เพราะเราคือมนุษย์เราก็มีอารมณ์ แต่เรารู้ดีว่าเราทำดี คนจะเห็นหรือไม่เห็นแต่เราปิดทองหลังพระ วันหนึ่งมันก็ล้นมาข้างหน้า แล้ววันนี้ใหม่มีคนรักท่วมท้น ใหม่ก็ภูมิใจและปลื้มใจในชีวิตของใหม่พออยู่แล้ว คนรักเท่าผืนหนังคนชังมันก็ต้องมี เราจะมาหวังให้ทุกคนรักเราทั้งหมดมันก็เป็นไปไม่ได้ ไม่รักใหม่ใหม่ไม่ว่า แต่ไม่รักใหม่แล้วมากุเรื่องแบบนี้ กรุณาอย่ากุ เพราะตอนนี้เรามีบทประพันธ์เยอะมากที่บ้าน อย่าสร้างบทประพันธ์ใหม่ เพราะมันเป็นเรื่องที่กระทบกระเทือนใจ แม่เรากำลังจะ 90 ปีแล้ว ตัวเราก็ไม่ใช่อายุน้อยๆ พี่สาวเราก็อายุไม่ใช่น้อยๆ แล้วอีกหลายๆ คนในครอบครัวเรารวมไปถึงผู้ใหญ่ในแกรมมี่ คนที่เขารักเรา เขาจะรู้สึกเพราะเขารู้ว่าใหม่รักแม่ แต่คนที่เขาอยู่ไกลตัวใหม่แล้วเขาไม่รู้ เขาก็มองว่าใหม่เปลี่ยนไปหรือเปล่า ทำไมถึงเป็นแบบนี้ แต่ตราบใดที่เราหลับตาแล้วลืมตาขึ้นมารู้ว่าเราเป็นคนกตัญญู รู้ว่าแม่คือแม่พระในดวงใจของเรา เราก็จบ เราทำดี เรารู้ดีว่าเราทำมันก็จบ แต่ที่ต้องเรียนเชิญสื่อมาเพราะเราอยากให้มันจบพูดครั้งเดียวแล้วมันจบ เพราะถ้าเรื่องมันไม่จริงแล้วคุณไม่จบมันก็ไม่ดี”
“ทุกวันนี้มีเรื่องให้สงสัยในชีวิตเยอะมากพออยู่แล้ว แต่ต้องมานั่งสงสัยเรื่องที่ว่าเธอเป็นใคร อันนี้ก็ต้องคิด เอ๊า ทำไมเขาพูดเล่นเหรอ น้องคนที่ทำเขาเป็นใคร อยู่ที่ไหน ทำอะไร หรือเขากำลังเล่าขำๆ หรืออันนี้กำลังเป็นเรื่องจริง แล้วมันถูกส่งต่อไปเรื่อยๆ เราก็เลยต้องออกมาเล่าสู่กันฟังว่ามันไม่ใช่แล้ว แล้วเราอยู่ในสปอตไลต์ คือเขาอาจจะพูดอะไรไปเรื่อยได้ แต่อยากเรียนนิดนึงว่าบางเรื่องที่พูดขนาดนี้ใหม่ว่ามันน่าเกลียดนิดนึงและมันไม่ยุติธรรม ไม่แฟร์กับใหม่”
“คอมเมนต์ไหนที่มันกระทบกระเทือนจิตใจใหม่คือจริงๆ ใหม่ไม่ได้อ่านคอมเมนต์ แต่จะเป็นผู้จัดการ เพื่อนใหม่เอามาให้ใหม่อ่าน แต่จริงๆ ชีวิตเราไปนั่งฟังคอมเมนต์ไม่ได้ ใหม่เรียนตามตรงว่าใหม่ต้องทำอย่างอื่น ชีวิตใหม่มีเรื่องราวเยอะแยะที่ต้องปฏิบัติและต้องรับผิดชอบ เรามาอ่านโดยเฉพาะคอมเมนต์ด้านลบ เรารับแค่ด้านที่ดี ชีวิตไม่พร้อมบวกค่ะ (หัวเราะ)”
ผู้จัดการส่วนตัว นิด-ณภัค ภัทรวิมล ย้ำว่า
“สำหรับคนที่ทำผิดก็ต้องว่ากันไปตามกระบวนการ ตอนนี้แจ้งความเรียบร้อย”
ใหม่ เจริญปุระ ย้ำอีกครั้งว่า
“ย้ำอีกครั้งว่าโครงการของพี่ท็อปและพี่ไทด์เป็นโครงการที่ดีที่เขาช่วยเหลือสังคม แต่พอมันกระทบตัวใหม่แล้วไปกระทบกับเขาอีก ตอนจบมันจะกลายเป็นพี่ท็อปเขาเสียกำลังใจ คนจะมองว่าบ้านเขาไม่ดี คือบ้านเขาดีแต่ใหม่ดูแลแม่ใหม่ได้ ใหม่บอกกับตัวเองจนวันสิ้นลมหายใจว่าใหม่จะดูแลผู้หญิงคนนี้และใหม่รักเขา เขาให้กำเนิดใหม่มา ใหม่ได้ดิบได้ดีทุกวันนี้ นอกเหนือไปจากแฟนคลับผู้อยู่เบื้องหลังแล้วจริงๆ ก็คือคุณแม่ของใหม่ ใหม่เชื่อว่าเขาเป็น Wind Beneath My Wings ไม่เชื่อว่าลูกทุกคนคงจะเลือกแบบนี้ ใหม่ถูกสั่งสอนมาแบบนี้ใหม่อยากทำแบบนี้ จริงๆ ใหม่ไม่จำเป็นต้องมาพูดออกสื่อว่าใหม่รักแม่ ใหม่ดูแลแม่ ใหม่ทำที่บ้านมีความสุขแล้ว แต่วันนี้เพราะมันมีเรื่องที่คลางแคลงใจ เพราะต้องออกมาแก้ไขข้อกังขา”
เมื่อถามว่าคุณแม่รักลูกสาวคนนี้ขนาดไหน คุณแม่วิภากร สนธิกุล เผยว่า
“ใหม่ดูแลแม่เต็มที่ ค่ารักษาพยาบาลครั้งนึงแพงมาก ถ้าแม่รู้คงไม่ไปรักษา เพราะรักษาเสร็จเขาบอกราคาเท่านั้นเท่านี้ แม่ก็ร้อง โอ้ยตาย”
ใหม่ เจริญปุระ เผยว่า
“คือต่อให้เราไม่บอกแม่ เขาก็จะไปสืบ ซึ่งบางทีเราก็แอบโกหกผิดศีลห้าไปหน่อย ซึ่งก็ต้องกราบขอบพระคุณคุณหมอ ยอมรับเลยว่าชีวิตใหม่ก่อนที่จะเล่นคอนเสิร์ต ชีวิตใหม่และคนรอบๆ มันปังปุริเย่มากเพราะเราไม่รู้ว่าแม่จะกลับมาเหมือนเดิมไหม เพราะการที่ผู้หญิงคนนึงอายุมากแล้ว อายุ 80 กว่าแล้วล้มหนึ่งครั้งว่าแรงแล้ว เลือดคั่งในสมอง แต่แกล้มครั้งที่สองและครั้งที่สาม จริงๆ ความรู้สึกใหม่ ณ ตอนนั้นยังคิดเลยว่าอาจจะต้องขอถอนตัวเองออกจากคอนเสิร์ต เพราะเราไม่มีกำลังและเรี่ยวแรงที่จะเล่นคอนเสิร์ตต่อไปแล้ว อย่างที่บอกว่าแม่เป็นพระของเรา เราก็ขอไปตั้งสติ แต่สุดท้ายอาจจะด้วยบุญวาสนาและคุณหมอ รวมไปถึงความแข็งแรงของคุณแม่และใจที่สู้ พี่น้องทุกคนรวมตัวกันเฮโลช่วยกันเพื่อให้คุณแม่ได้ Comeback ร่วมด้วยช่วยกันให้แม่ฟื้นกลับมาแล้วแข็งแรงได้อย่างใหม่ รู้สึกว่าพร้อมสู้กับทุกอย่างพอรู้ว่าแม่เรากลับมาแล้ว”
ถามต่อว่าตอนนี้คุณแม่หายเครียดยัง คุณแม่วิภากร เผยว่า
“ค่ะ เห็นลูกๆ เขาโอเค คิดว่าใหม่คงจะเข้าใจและทุกคนเข้าใจด้วย ที่ผ่านมาใหม่ดูแลแม่ดีมาก”
ใหม่ เจริญปุระ เผยว่า
“เวลาที่ผ่านมาใหม่กับพี่แมวหัวกระไดไม่แห้ง ต้องขอบคุณพี่แมวด้วยเพราะพี่แมวก็อายุเลขหลักเจ็ดแล้วเหมือนกัน แต่พี่แมวเขาเก็บอารมณ์สุดๆ และหลายๆ คนช่วยกันประคองแม่ในวันสำคัญของใหม่ และใหม่ไม่สามารถจะมาปฏิบัติภารกิจได้ เราก็แปะมือกันสุดฤทธิ์ และประคองอารมณ์โอบอุ้มกันและกันก็ถือว่าเจ๋งมาก ต้องยอมรับว่าพี่แมวอึดมากและทำทุกอย่างช่วยให้มันคลี่คลาย ซึ่งตอนนั้นพวกเราน้ำลายฟูมปาก แต่พี่แมวเขาก็บอกว่าไม่เป็นไร เราก็แอบร้องไห้ใส่หมอกันหลายครั้งเพราะเกรงว่าแม่จะก้าวข้ามผ่านไม่ได้ และสุดท้ายสวรรค์ก็เมตตา”
“ตอนนี้เราก็ดูแลคุณแม่ตลอดเพราะคุณแม่ดูแลยากนิดนึง 7 โมงเช้าแม่หายแล้วกลับมาอีกทีก็ใกล้ทุ่ม แม่เขาก็จะชอบเที่ยว อยากใช้ชีวิตให้มีความสุขของท่าน เพราะเวลาสี่เดือนที่ผ่านมาแม่ร้องไห้ทุกวัน จนเรางงว่าแม่ร้องไห้ทำไม ซึ่งจริงๆ มันเป็นอาการที่แม่กระทบกระเทือนที่สมอง พอมาวันนี้แม่หายดีเขาก็คงเก็บกด อยากไปมีความสุขอยากใช้ชีวิตอยากจะชอปปิง ใหม่จะกลับไปตอบแทนบุญคุณแม่สักหน่อยแต่แม่ก็ไม่อยู่บ้านซะแล้ว แม่ไม่รู้ว่าแม่ไปไหน ตอนนี้ใหม่ก็เป็นลมที่อยู่ข้างหลังของคุณแม่แทน ตามลมคนนี้ไม่ทันแล้วเพราะลมแรงมาก”
พี่สาว แมว-จันทร์แก้ว เจริญปุระ เผยว่า
“ตอนที่รู้เรื่องราว แม่ล้มเราก็ตกใจเพราะตอนที่คุณแม่ล้มเราก็ไม่ทราบว่ามีเลือดซึม จนคุณแม่เริ่มพูดงงๆ เราเลยพาคุณแม่ไปหาหมอก็เลยได้รู้ว่ามีเลือดซึมในสมอง จากนั้นพวกเราก็เริ่มการหาคุณหมอ ซึ่งน้องใหม่เขาก็ตกใจมากที่สุด”
ใหม่ เจริญปุระ เล่าเสริมว่า
“ตอนที่แม่ล้มครั้งแรก แม่บอกว่าอย่าให้น้องใหม่รู้ ซึ่งขอโทษนะ เลือดเต็มพื้นไปครึ่งห้อง แต่เขาบอกว่าอย่าให้น้องใหม่รู้ ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ แล้วคุณแม่เขาก็ล้มลงจมูกหัก เดี๋ยวเร็วๆ นี้ก็ต้องไปผ่าตัดตา ก่อนหน้านี้ก็มีอาการอาฟเตอร์ช็อกเป็นเรื่องของกระดูกจมูกที่มันเปราะแล้วแตกข้างใน ก็มองว่ามันเป็นเรื่องปกติของทุกครอบครัวที่มีผู้ใหญ่อยู่ในบ้านเราก็จะต้องคอยฟอลโลว์อัป มันต้องทำอยู่แล้วเพราะมันเป็นเรื่องปกติ แต่ ณ วันนั้นมันเป็นเรื่องที่ปัจจุบันทันด่วนมาก เวลาเกือบประมาณตีสามตีสี่มาเคาะประตูหน้าห้องเรามองมันไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ แล้วเขาก็อุ้มพาแม่กันไป ใหม่ตื่นขึ้นมาในบ้านโล่งหมดเลย แต่สุดท้ายก็ขอบคุณสวรรค์และขอบคุณทุกๆ อย่างค่ะ”
“นี่ก็ใกล้วันแม่แล้วก็นัดกันว่าเดี๋ยวจะรวมพลรวมญาติพี่น้องหลานๆ หรือใครก็ตาม ถือโอกาสรวบยอดฉลองในวันแม่ว่าแม่อยากทานที่ไหน ถ้ามีร้านโปรดก็จะพาไปทานอาหารที่ร้าน จริงๆ ทุกวันสำหรับใหม่เป็นวันแม่อยู่แล้ว แต่วันที่ 12 ส.ค. ก็จะพิเศษนิดนึง”
คุณแม่วิภากร สนธิกุล เผยความต้องการว่า
“อยากเที่ยวในเมืองไทยเพราะเมืองนอกเราไปไม่ได้ อยากไปเมืองนอกทุกวัน ถามว่านั่งเครื่องบินได้ไหม เขาบอกว่านั่งไม่ได้ แต่ถ้าใกล้ๆ ก็อาจจะได้แต่ถ้าไกลๆ คือไม่ได้”
พี่สาว แมว-จันทร์แก้ว เจริญปุระ เผยถึงอาการของคุณแม่ว่า
“อาการของคุณแม่ตอนนี้ ก็เกือบเต็ม 100 แล้ว แต่ก็มีเล็กๆ น้อยๆ ที่คุณแม่อย่างเหมือนเดิม”
ใหม่ เจริญปุระ เผยต่อว่า
“ถ้าอายุ 80 อัป ใหม่ก็ยากจริงเหมือนแม่เพราะต้องยอมรับว่าความจำแม่ดีมาก วันก่อนไปทานข้าวกับน้องแหม่ม เขาก็พูดได้เป็นชอตๆ ว่าบ้านอยู่ที่นี่เคยอยู่หรือเรื่องใดๆ บางเรื่องใหม่ยังจำไม่ได้เลย แต่มันก็จะมีอาการออนๆ ออฟๆ บ้าง แต่นี่ถือว่าเป็นประเสริฐที่สุดแล้ว”
ใหม่ เจริญปุระ เล่าโมเมนต์ประทับใจกับ แหม่ม คัทลียา ว่า
“คือนั่งทานข้าวกันน้องแหม่ม เขาก็อยากเลี้ยงใหม่ในเรื่องของคอนเสิร์ตเพราะมันประสบความสำเร็จ เราก็นัดกันเอาไว้ แต่อยู่ดีๆ ก็แอบไปคุยกับบริกรไปซื้อพวงมาลัยกันตอนไหนไม่รู้ แล้วก็เดินมา เราก็ซึ้งกับน้องคนนี้จริงๆ เป็นน้องในวงการที่เรารู้สึกว่าน่ารักมากๆ ทุกคนเลยรักเขา แม่ใหม่ก็รักเขา”
แม้จะเจอเฟคนิวส์ แต่ความกตัญญูของใหม่ที่ทำมาผู้คนก็มองเห็น ใหม่ เจริญปุระ เผยปิดท้ายว่า
“แน่นอนเพราะว่าการที่มาอยู่ในสปอตไลต์ ใหม่ขอยืนยันตรงนี้ว่าอะไรที่เราทำได้และมันพอจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับแฟนคลับของเราในรุ่นหลังเพราะใหม่มีแฟนคลับหลายเจน ตั้งแต่เดย์วันในการทำงานในวงการนี้ใหม่ตั้งปณิธานกับตัวเองว่าเราไม่อยากให้น้องๆ แฟนคลับไปตามเราในผับ และไม่อยากให้เขาตามเราในเรื่องราวที่ไม่ดี การเต้นกินรำกินในสมัยก่อนมันเป็นเรื่องไม่ดี ถึงแม้วันนี้มันจะเป็นคนละเรื่องกันแล้ว มันกลายเป็นเรื่องดีงามและมีรายได้ตอบแทนค่อนข้างเหมาะสม แต่เราอยู่มาตั้งแต่ยุคนั้น พอเรามาทำงานตรงจุดนี้ อะไรที่เราคืนสังคมได้เราก็ยินดี ไม่ว่าใหม่จะไปทำอะไรมาก็ตาม ใหม่ก็จะบอกกับทางแฟนเพจและรายงานทุกคนว่า เงินที่ได้มาทุกบาททุกสตางค์จากแฟนคลับและการเล่นคอนเสิร์ต ใหม่ก็รวบรวมเงินทั้งหมดไปทำบุญ อยากมอบให้กับคนพิการ สัตว์ที่ป่วย หรือคนที่กำลังเกิดปัญหา เพราะจริงๆ แล้วใหม่ไม่ได้ต้องการปัจจัยตรงนี้จากใคร ในเมื่อทุกคนมอบตรงนี้มาให้ใหม่อะไรที่เราทำได้เราก็ทำ ส่วนอะไรที่เป็นภาคปฏิบัติใช้การกระทำหรืออะไรที่พอจะเป็นตัวอย่างและส่อไปในทางที่ดีเราอยากให้น้องๆ ได้จับตรงนี้และเอาไปทำ แต่คนเห็นเราเป็นตัวอย่างในการดูแลแม่เขาก็กลับไปตอบแทนคุณแม่แบบที่เราทำ ซึ่งแม้มันจะเป็นเรื่องเล็กๆ แต่มันเป็นเรื่องดีงาม เราก็รู้สึกว่าการที่เราอยู่ตรงนี้แล้วเราทำแบบนี้มันเป็นสิ่งที่เขาจับต้องได้และนำเรื่องราวของเราไปใช้มันคือที่สุดแล้ว มันยิ่งกว่ารางวัลโนเบลอยู่แล้ว มันเหมือนเราได้ทำบุญกับคนและทำดีต่อคนและเราทำดีแล้วมีคนเห็น”
พี่สาว แมว-จันทร์แก้ว เจริญปุระ กล่าวเสริมว่า
“ในฐานะที่เราเป็นลูก เราเชื่อว่าลูกทุกคนรักแม่เพราะแม่เลี้ยงดูกำเนิดเกิดเรามา เพราะฉะนั้นสิ่งไหนที่เราสามารถตอบแทนบุญคุณได้พวกเราก็จะทำ พวกเราไม่มีความจำเป็นที่จะต้องให้แม่ไปอยู่ที่อื่น เพราะเรามีความสามารถและมีทุกอย่างที่เราจะให้แม่ได้ เพราะฉะนั้นไหนๆ ก็เป็นวันแม่แล้วอยากจะฝากให้ลูกๆ ทุกคนรักคุณแม่มากๆ และรักคุณพ่อด้วย”
ใหม่ เจริญปุระ ทิ้งท้ายว่า
“ใหม่ได้มีโอกาสดูซีรีส์เรื่องนึง ‘ยิ้มไว้ในวันที่ส้มไม่หวาน’ เขาพูดประโยคที่ใหม่อึ้งมาจนถึงทุกวันนี้ เขาบอกว่า บางคนชอบคิดว่าพ่อแม่จะอยู่กับเราไปตลอดแล้วเราก็มองว่ามันไม่เป็นไรหรอก พ่อเราอยู่ตรงนั้นแม่เราอยู่ตรงนั้น แต่จริงๆ เขาไม่ได้อยู่กับเราตลอด เพราะฉะนั้นจงระลึกอยู่เสมอว่าจริงๆ แล้วเราโชคดีเหลือเกินที่เขายังอยู่กับเรา อะไรที่เราทำให้เขาได้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำสักแก้ว อาหารสักมื้อ ใหม่ว่าพ่อแม่ไม่ได้ต้องการเงินทองจากเรา เขาต้องการความรักความอบอุ่น เพราะฉะนั้นอะไรที่เราทำได้ในขณะที่ท่านยังอยู่และเรายังทำได้เราทำเถอะ ก่อนที่เราจะไม่มีโอกาสทำ ใหม่รู้สึกดีใจจังเลยที่ใหม่ได้มีโอกาสทำสิ่งนั้น และใหม่จะขอยึดมั่นว่าทำดีต่อไป ไม่ว่าจะเป็นทำดีกับบิดามารดาและครอบครัวของใหม่หรือกับสังคมเพราะตั้งใจจะทำและใหม่อยากจะทำจนกว่าที่ใหม่จะสิ้นลมอยู่แล้ว”







