เมื่อวันที่ 6 ส.ค. นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊ก กรณีเสือโคร่งทำร้ายเจ้าหน้าที่เสียชีวิต ว่า “…เสือที่ทำร้ายมนุษย์ถึงขนาดล่ามนุษย์ไปกินเนี่ย เป็นพฤติกรรมที่ผิดปกติ และพฤติกรรมนี้จะทำให้เสือโดยเฉพาะเสือตัวที่ล่าเจ้าหน้าที่ไปกิน เป็นเสือที่อันตราย อันตราย หมายถึง ตัวเจ้าหน้าที่ที่ลาดตระเวน และอยู่ประจำหน่วย และผู้ที่อยู่อาศัยอยู่ในเขตป่ารวมถึงนักท่องเที่ยวนักวิจัย อีกหลายหลายคนที่เข้าไปในเขตชั้นใน
ดังนั้น การพิสูจน์ พิสูจน์เสือตัวที่ เข้ามาล่าเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่ามีความจำเป็นต้องให้รู้ตัวว่าเป็นเสือตัวใด เพราะก่อนหน้านี้ในพื้นป่า ตะวันตกก็มีข่าว เสือโคร่งล่าพระสงฆ์ที่เข้าไปเดินอยู่ในเขตป่าลึก เพราะพฤติกรรมของเสือโคร่ง จะไม่ล่ะมนุษย์ และอยู่ภายใต้ห่วงโซ่อาหาร ของมนุษย์อีกด้วย ดังนั้นพฤติกรรมของเสือโคร่งตัวดังกล่าว จึงเป็นอันตรายอย่างยิ่ง ต่อมนุษย์
จากการสั่งการของอธิบดี นั้นเป็นมาตรการและการตรวจสอบ ปกป้องคุ้มครอง ทั้งมนุษย์ และเสือโคร่ง มาตรการการตรวจสอบคุ้มครองปกป้องทั้งมนุษย์และเสือโคร่ง ดังกล่าวนี้ ขออธิบายเพิ่มเติมว่า กรณีนี้เสือโคร่งตัวดังกล่าว ได้ล่ามนุษย์และยังมีการกินเป็นอาหาร ดังนั้น กรณีนี้ถ้าเป็นตัวเดียว ในพื้นที่เกิดเหตุ ควรต้องรีบเร่ง ตรวจสอบเฝ้าระวัง และนำตัวเสือโคร่งในพื้นที่ใกล้เคียงมาตรวจสอบดีเอ็นเอโดยเร็ว
ตามที่อ้างนี้ ถ้าปล่อยไว้ เสือโคร่งตัวดังกล่าว ยังไล่ล่ามนุษย์เป็นเหยื่อ ในครั้งต่อไป แล้วฝูงของเสือโคร่ง ได้เข้ามาร่วมในการล่าด้วย จะเป็นพฤติกรรมการล่าเป็นฝูง และจะมีพฤติกรรมการล่ามนุษย์ของเสือโคร่งขยายวงกว้าง ไปกับเสือโคร่งตัวอื่น ดังนั้น มาตรการนี้ ผมเห็นด้วยกับอธิบดีกรมอุทยานฯ ต้องเร่งสำรวจ และจับเสือโคร่งมาตรวจ ดีเอ็นเอ โดยด่วน…”



