สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเมตาและแอนโทรปิก เกิดจากข้อผิดพลาดในการตั้งค่าที่ทำให้โมเดลเอไอของแอนโทรปิก สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตแบบเปิดโดยไม่ได้ตั้งใจ ส่วนกรณีของโอเพนเอไอ ผู้ช่วยเอไอตัวหนึ่งใช้ช่องโหว่ที่ไม่เคยมีใครทราบมาก่อนอย่างอิสระ เพื่อเข้าถึงอินเทอร์เน็ตระหว่างการทดสอบความปลอดภัยทางไซเบอร์
การเจาะระบบดังกล่าวเน้นย้ำถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นว่า ระบบเอไอขั้นสูงอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ และจะมีแนวแน้มทำให้รัฐบาลสหรัฐพยายามปรับปรุงความปลอดภัยของเอไอ ในขณะที่บริษัทต่าง ๆ แข่งขันกันเพื่อพัฒนาโมเดลเอไอที่มีความสามารถมากขึ้น โดยผู้นำด้านเอไอที่มีชื่อเสียงบางคนโต้แย้งว่าควรชะลอการพัฒนาเอไอ จนกว่าจะมีมาตรการป้องกันที่เข้มงวดกว่านี้
$META AI HACKED ANOTHER COMPANY DURING TESTING
— Wall St Engine (@wallstengine) August 5, 2026
During a cybersecurity evaluation, Muse Spark 1.1 accessed the public internet after testing firm Irregular misconfigured its sandbox.
The model then exploited a vulnerability in a third-party service and changed its internal… pic.twitter.com/7ozwYnJsO8
เมตาระบุว่า บริษัทกำลังสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดจากการตั้งค่าผิดพลาดโดย “อิเรกูลาร์” (Irregular) ซึ่งเป็นบริษัทอิสระที่ทำการประเมินความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับเมตา ส่งผลให้โมเดลเอไอตัวหนึ่งเข้าถึงอินเทอร์เน็ตโดยไม่ได้ตั้งใจระหว่างการทดสอบ ก่อนที่จะเจาะระบบของบริษัทแห่งหนึ่ง และเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมภายใน
“โมเดลดังกล่าวใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ด้านความปลอดภัยในบริการของบุคคลที่สาม ในลักษณะที่คล้ายคลึงกับกรณีที่มีรายงานก่อนหน้านี้ในบริษัทอื่น ๆ” เมตา ระบุในแถลงการณ์
ขณะที่โฆษกของอิเรกูลาร์ กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เป็นปัญหาด้านสภาพแวดล้อมในการประเมิน แบบเดียวกับที่แอนโทรปิกเปิดเผยไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และไม่เกี่ยวข้องกับการหลุดออกจากแซนด์บ็อกซ์ หรือการดำเนินการทางไซเบอร์ที่ซับซ้อนแต่อย่างใด.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



