เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ตามนโยบาย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. สั่งการให้กวดขันจับกุมอาชญากรรมในพื้นที่นครบาล ต่อมา พ.ต.อ.ศุภชัย ชัยสุวรรณ ผกก.ดส.บช.น. ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ปียรัช เวสสะโกศล รอง ผกก.ดส. พ.ต.ท.จักรี นารีผล สว.กก.ดส. สนธิกำลังกับ พ.ต.ต.ธนภูมิ ริมฝาย สว.(สอบสวน) สน.บางเขน ร.ต.ท.ชัยธัช กมลฉ่ำ รอง สว.(สอบสวน) สน.ทุ่งสองห้อง และเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ทำการเข้าจับกุม นายธีรพล (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี และ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี โดยจับกุมได้ที่ซอยวิภาวดีรังสิต 64 แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม.

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ดส.บช.น. ได้รับการร้องเรียนจากพลเมืองดี และเพจกลุ่มช่วยเหลือสังคมประสานว่า ภายในบ้านหลังดังกล่าวมีการทำร้ายร่างกายเด็กเล็กและกักขังไว้ที่บริเวณชั้นที่ 2 ของบ้าน พ.ต.อ.ศุภชัย จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ปียรัช เป็นหัวหน้าชุดในการสืบสวนหาข่าว เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางมาถึงบ้าน พบ น.ส.เอ พร้อมลูกชายวัย 3 ขวบ และนายธีรพล ที่เป็นพ่อเลี้ยง จึงได้เข้าช่วยเหลือเด็กชายดังกล่าว

เบื้องต้นจากการตรวจสอบร่างกายของเด็กชายดังกล่าว พบร่องรอยการถูกทำร้ายตั้งแต่หัวจรดเท้า มีรอยแตกที่บริเวณศีรษะ มีทั้งตกสะเก็ด และยังเป็นแผลสด รอยฟกช้ำที่ตาและตามร่างกายหลายจุด นอกจากนี้สิ่งที่สร้างความสะเทือนใจให้กับเจ้าหน้าที่ คือ บริเวณอวัยวะเพศของเด็กโดนของมีคมเฉือน โดยมีผ้าห่อหุ้มที่เปียกไปด้วยโชกเลือดจากอวัยวะเพศ เจ้าหน้าที่จึงเร่งทำการช่วยเหลือทันที พร้อมควบคุมตัวทั้งสองคนมาสอบสวน

จากการสอบปากคำ นายพีรพล เบื้องต้นให้การรับสารภาพว่า ทำร้ายเด็กจริง เพราะเครียดจากที่ทำงาน เนื่องจากตนเองเป็นหัวหน้าฝ่ายทำความสะอาดของบริษัทชื่อดังแห่งหนึ่ง
ส่วน น.ส.เอ จากการตรวจสอบประวัติยังพบว่า ยังมีหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่ เลขที่ จ.1516/68 ลงวันที่ 25 ก.ค. 68 โดยกล่าวหาว่า เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก โดยมิได้เจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรจะรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดอาญาอื่นใด ร่วมกันเป็นผู้สนับสนุนในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นและร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่ง ข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือ บางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ จึงได้ควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.



