เมื่อวันที่ 1 ส.ค. พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองทัพเรือยังคงดำเนินมาตรการ “ปิดด่าน 100%” ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชาอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมข้ามชาติ โดยไม่มีข้อยกเว้นต่อผู้กระทำผิดทุกราย เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 20.30 น. กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี บูรณาการกำลังร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดจันทบุรี และสถานีตำรวจภูธรบ้านแปลง เข้าจับกุม ชาวกัมพูชาลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จำนวน 16 ราย พร้อม ผู้นำพาชาวไทย จำนวน 3 ราย บริเวณอำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ลักลอบเข้าเมืองให้การว่า เดินทางมาจากจังหวัดบันเตียเมียนเจย จังหวัดพระตะบอง และจังหวัดเสียมราฐ โดยมีเป้าหมายเพื่อเข้ามาหางานทำในประเทศไทย และได้ว่าจ้างผู้นำพาในอัตรา 5,000–7,000 บาทต่อคน เพื่อพาลักลอบข้ามช่องทางธรรมชาติ เจ้าหน้าที่ทหารเรือได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด จัดทำบันทึกการจับกุม และนำส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรบ้านแปลง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

โฆษกกองทัพเรือกล่าวว่า กองทัพเรือจะยังคงบูรณาการการปฏิบัติกับทุกหน่วยงานด้านความมั่นคงในการลาดตระเวน เฝ้าตรวจ และสกัดกั้นการลักลอบข้ามแดนอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศ รักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่า “ชายแดนไทยไม่ใช่ช่องทางของผู้กระทำผิดกฎหมาย”

สำนักงานโฆษกกองทัพเรือ
1 สิงหาคม 2569