จากกรณี พงส.กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ออกหมายเรียก นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดี สถ. (กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น) และนายเรืองเดช ศิริกิจ ผอ.สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ให้มารับทราบ 7 ข้อกล่าวหาภายในวันที่ 31 ก.ค.นี้ หลังพบมีส่วนเกี่ยวพันกับการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ตามที่เสนอข่าวแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ที่ บก.ป. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.เนติวิทย์  ธนาสิทธิ์นิติกุล ผกก.2 บก.ป. นำคณะพนักงานสอบสวน เดินทางไปแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับ นายวิน ธนพชรโภคิน หรือ วิน ที่ปรึกษาผอ.สำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ น.ส.ศตพร ธนพชรโภคิน น้องสาวนายวิน และ จ่าสิบตรี ดร.พิชิต ทั้งพรม หรือ จ่าพิชิต ผอ.กองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ภายในเรือนจำ

โดยข้อหาที่แจ้งเพิ่มเติม ประกอบด้วย สนับสนุนให้เจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ประกอบมาตรา 157 ต้องระวางโทษสองในสามส่วนของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้แจ้งไปแล้ว 3 ข้อหา ประกอบด้วย มีพฤติกรรมเป็นอั้งยี่และซ่องโจร, ม.อาญา 188 ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพินัยกรรมหรือเอกสารใดของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และ ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ฐานนำเข้าสู่ระบบซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ

ส่วนผู้ที่ถูกเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.และตำรวจ ปปป. พบอยู่ที่บริษัทของ จ่าพิชิต อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ขณะกำลังแก้ไขข้อมูลข้อสอบ ทั้ง 11 ราย เบื้องต้นจะถูกเรียกมาแจ้งข้อหา ประกอบด้วย มีพฤติกรรมเป็นอั้งยี่, ซ่องโจร, ม.อาญา 188 ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพินัยกรรมหรือเอกสารใดของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และ ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ฐานนำเข้าสู่ระบบซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ และจะต้องถูกแจ้งข้อหาสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยเช่นกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับข้อหาที่ นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดี สถ. และนายเรืองเดช ศิริกิจ ผอ.สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มศว จะถูกแจ้งรวม 7 ข้อหานั้น ประกอบด้วย 1.เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต 2.เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสารกรอกข้อความลงในเอกสาร หรือดูแลรักษาเอกสาร กระทำการปลอมเอกสารโดยอาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่นั้น 3.เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสารรับเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสาร ในการปฏิบัติการตามหน้าที่ รับรองเป็นหลักฐานว่าตนได้กระทำการอย่างใดขึ้น หรือว่าการอย่างใดได้กระทำต่อหน้าตนอันเป็นความเท็จ 4.ร่วมกันเอาไปเสียซึ่งเอกสารใดของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน 5.ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ 

6.ร่วมกันเปิดผนึกหรือเอาจดหมาย โทรเลขหรือเอกสารใดๆ ซึ่งปิดผนึกของผู้อื่นไป เพื่อล่วงรู้ข้อความ เพื่อนำข้อความหรือเอกสารเช่นว่านั้นออกเปิดเผย 7. ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172  ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 161, 162, 188, 265, 322 ประกอบมาตรา 83  และความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 มาตรา 14(1)