เมื่อวันที่ 27 ก.ค.2569 พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา , พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี , พ.ต.อ.ณัฐพล ผ่องสุขสกุลผกก.สภ.หนองปรือ พร้อมด้วยชุดสืบสวน จาก 3 หน่วยงาน และ เจ้าหน้าที่จากสมาคมอินเดียพัทยา เข้าทำการปิดล้อม บ้านหลังหนึ่งใกล้ทางแยกตลาดผู้ใหญ่กุ๋ย หมู่ 13 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มนักท่องเที่ยวอินเดียถูกจับตัวมาขังทรมาน และ จับตัวประกันเป็นประกันเรียกค่าไถ่

เบื้องต้นบ้านหลังดังกล่าวเป็นลักษณะบ้านทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น ริมถนนซอยมาบตาโต้ จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุไหวตัวทัน ต่างพากันขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปคนละทิศละทาง จากนั้นตำรวจจึงตัดสินใจบุกเข้าไปในบ้าน และขึ้นไปที่บริเวณห้องนอนชั้น 2 โดยห้องแรก พบนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย 2 คน อยู่ในสภาพถูกมัดมือมัดเท้าและมีผ้าเทปปิดปาก มัดมือไพล่หลัง ส่วนอีกห้อง พบนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย 1 คน อยู่ในสภาพลักษณะเดียวกัน กับ 2 คนแรก โดยทั้ง 3 คน อยู่ในสภาพสะบักสะบอม ข้อเท้าทั้งสองข้างถูกตีด้วยของแข็งจนเป็นร่องรอยเขียวช้ำ อีกทั้ง 1 ในผู้ถูกก่อเหตุ ถูกสีสเปรย์พ่นตามร่างกาย คล้ายกับทำให้เหมือนว่ามีเลือดไหล
หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการช่วยเหลือได้สำเร็จ ทั้ง 3 คนแสดงความดีใจ เหมือนกับได้มีชีวิตใหม่ พร้อมกับรีบติดต่อโทรศัพท์ไปหาญาติที่ประเทศอินเดียว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยสามารถช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัย ทราบ ชื่อต่อมาคือ นายไฮแมนชู อายุ 23 ปี , นายเอหิส อายุ 24 ปี นายเม๊กหิด อายุ 26 ปี

ขณะที่ กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอินเดียทั้ง 3 คน ให้ข้อมูลผ่านล่ามว่า ซื้อทัวร์มาท่องท่องเที่ยวประเทศไทย ในราคาตกแล้วคนละประมาณ 70,000 บาทไทย เป็นเวลา 7 วัน โดยเดินทางมาถึงประเทศไทย เมื่อเวลา 05.00 น.วันที่ 21 ก.ค. จากนั้นก็นั่งแท็กซี่จากสนามบินสุวรรณภูมิ มุ่งหน้ามายังเมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยไปลงที่บริเวณร้านฟาสฟู้ดแห่งหนึ่ง ริมถนนสุขุมวิท ขาเข้าพัทยา ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อช่วงเวลา 07.00 น. พอมาถึงร้านฟาสฟู้ด ก็มีชาวอินเดียขี่รถจักรยานยนต์มารับ แล้วพาที่บ้านหลังดังกล่าว โดยพานั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ มาทีละคน พอมาถึงบ้านหลังเกิดเหตุ ปรากฏว่ามีกลุ่ม ชายฉกรรจ์ น่าจะเป็น ชาวปากีสถาน 4 คน และ ชาวอินเดีย 1 คน ได้จับมัดมือมัดเท้า ใช้ผ้าเทปกาว ปิดปาก เพื่อไม่ให้ส่งเสียงดัง บางช่วง คนร้ายยังจับนอนราบบนที่นอน แล้วจับห้อยหัวลงบนพื้น
จากนั้นก็ใช้ไม้ฟาดที่ข้อเท้าอย่างแรง ข่มขู่ให้โทรกลับไปหาญาติที่ประเทศบ้านเกิด โดยโทรศัพท์ผ่านระบบดาวเทียมผ่านประเทศ สหรัฐเอมิเรตส์ (ดูไบ) ให้พูดคุยกับญาติ และให้มีการขู่รีดเงินจากญาติ แลกกับการปล่อยตัว ทั้ง 3 คน คิดเป็นเงินรวมกัน 7 ล้านบาทรูปี คิดเป็นเงินไทยประมาณ 2.5 ล้านบาทไทยโดยเริ่มถูกกักขังตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 21 กรกฎาคม แถมยังให้อดข้าวอดน้ำ และไม่ให้เข้าห้องน้ำขับถ่าย จนเวลาล่วงเลย ไปนานกว่า 5 วัน ซึ่งจะถูกกลุ่มคนร้ายก่อเหตุในลักษณะนี้เป็นประจำทุกวัน ตอนแรกคิดว่าคงถูกฆ่าตาย และไม่มีโอกาสได้กลับประเทศบ้านเกิด จนสุดท้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาช่วยชีวิต ได้ดังกล่าว ซึ่งในขณะนี้ทุกคนปลอดภัย พร้อมทั้งโทรศัพท์กลับบอกญาติด้วยความดีใจหลังได้รับอิสรภาพ

พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี เปิดเผยว่า การช่วยเหลือในครั้งนี้ สืบเนื่องจากทางญาติของกลุ่มผู้เสียหายได้โทรศัพท์ ข้ามประเทศ มาขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย ให้ช่วยออกตามหาญาติโดยคาดว่าน่าจะถูกจับตัวไปเรียกค่าไถ่ หลังทราบเรื่องก็มีการประชุมวางแผนและติดตามหาตัวกลุ่มผู้เสียหาย ซึ่งการสืบสวนเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากกลุ่มผู้เสียหายใช้เบอร์โทรศัพท์ผ่านเครือข่ายประเทศ สหรัฐเอมิเรตส์ (ดูไบ) โทรไปหลอกญาติที่ประเทศอินเดีย จึงยากต่อการแกะรอย แต่สุดท้ายก็สามารถสะกดรอยตามกลุ่มผู้ก่อเหตุ มายังที่บ้านทาวน์เฮาส์ดังกล่าว แต่ในระหว่างจะเข้าการจับกุม กลุ่มผู้ก่อเหตุเกิดไว้ตัวทัน พากันขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปคนละที่ละทาง เบื้องต้นกลุ่มผู้ก่อเหตุมีทั้งหมด 5 คน เป็นชาวปากีสถาน 4 คน และ ชาวอินเดีย 1 คน
ส่วนการก่อเหตุในครั้งนี้คาดว่าน่าจะเป็นการหลอกลวงของแก๊งสแกมเมอร์ รูปแบบใหม่ โดยมีการหลอกขายทัวร์ ในราคาถูก ให้เดินทางมาเที่ยวประเทศไทย พอเหยื่อหลงกลซื้อทัวร์มาเที่ยว ก็จะก่อเหตุลักพาก่อเหตุเรียกค่าไถ่ แล้วติดต่อไปรีดเงินที่ญาติในประเทศบ้านเกิดเราเอง ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลติดตามกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป




