วานนี้ (6 ก.ค.) สำนักข่าวจีนรายงานเรื่องราวน่าสะเทือนใจในโลกออนไลน์ เมื่อการทำความดีของอินฟลูเอนเซอร์รายหนึ่งกลับจบลงด้วยโศกนาฏกรรม

อินฟลูเอนเซอร์แซ่จาง ซึ่งผู้ติดตามบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียกว่า 84,000 คน เขาอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในมณฑลเหอหนาน ทางตอนกลางของประเทศจีน เมื่อไม่นานมานี้ เขาโพสต์คลิปวิดีโอขณะที่เข้าไปช่วยคุณตาแซ่จิ่ง วัย 81 ปี ซึ่งจะขนผักที่ปลูกเองเข้ามาขายในเมืองเป็นประจำทุกวัน

จางเหมาซื้อพืชผักทั้งหมดที่คุณตานำมาขาย น้ำหนักรวม 75 กิโลกรัม ในราคาเหมาเพียง 60 หยวน (ประมาณ 300 บาท) หลังจากที่คุณตาจิ่งยอมลดราคาให้เป็นพิเศษ แต่จางก็พยายามช่วยด้วยการแกล้งเหยียบตาชั่งเพื่อเพิ่มน้ำหนักผัก คุณตาจะได้ได้เงินมากขึ้น

ระหว่างการบันทึกภาพ จางได้แกล้งเอ่ยปากขอให้คุณตาเลี้ยงข้าวกลางวันฟรี ซึ่งคุณตาตอบตกลงโดยไม่ลังเล แต่ท้ายที่สุดแล้ว เขาก็เป็นฝ่ายจ่ายเงินค่าอาหารมื้อใหญ่ให้คุณตา ซึ่งประกอบด้วยบะหมี่ตุ๋นชามยักษ์สองชามและอาหารอื่นอีกสี่จาน 

คุณตาจิ่งได้เปิดใจเล่าว่า ตนเองไม่เคยกินบะหมี่เนื้อตุ๋นมาก่อนเลยเพราะราคาสูงเกินไป ทุกวันนี้ต้องทำงานหนักเพื่อหาเงินส่งเสียหลานชายสองคน หลังจากที่ลูกสาวคนโตป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและจบชีวิตลงเมื่อ 15 ปีก่อน 

หลังจากกินอาหารกันเสร็จเรียบร้อย จางยังบอกให้คุณตาห่ออาหารที่เหลือกลับไปฝากภรรยาที่บ้านด้วย

แต่เรื่องราวที่ควรจะอบอุ่นหัวใจกลับพลิกผัน เมื่อหลานชายของคุณตาจิ่งเข้ามาเขียนบอกข่าวร้ายใต้คลิปวิดีโอดังกล่าวว่า คุณตาจิ่งประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตระหว่างทางกลับบ้านในวันนั้นเอง โดยทางครอบครัวพบสิ่งของหลายอย่างในที่เกิดเหตุซึ่งเป็นของที่ปกติคุณตาจะมองว่าหรูหราเกินกว่าจะซื้อหาได้ จนกระทั่งมาเห็นคลิปวิดีโอนี้ จึงหายสงสัยในที่สุด

หลานชายของคุณตายังกล่าวขอบคุณจางที่เลี้ยงอาหารมื้อใหญ่แก่คุณตา พร้อมระบุว่านี่คืออาหารมื้อสุดท้ายและเป็นภาพบันทึกสุดท้ายในชีวิตของคุณตา ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาได้เห็นคุณตามีความสุขมากขนาดนี้

อย่างไรก็ตาม ข้อความของหลานชายคุณตาจิ่งกลับนำไปสู่กระแสวิพากษ์วิจารณ์จากคนบางกลุ่มที่มองว่า หากจางไม่รั้งคุณตาไว้กินข้าวด้วยกัน คุณตาอาจจะไม่ต้องเสียชีวิต 

กระแสวิจารณ์ในแง่ลบนี้ทำให้หลานชายของคุณตาต้องออกมาตอบกลับเพื่อปกป้องอินฟลูเอนเซอร์หนุ่มว่า “ในวันสุดท้ายของชีวิตคุณตา มีชายคนหนึ่งช่วยอุดหนุนเหมาผักจนหมด แถมยังเลี้ยงมื้อกลางวันชนิดที่คุณตาไม่มีวันยอมควักเงินซื้อกินเองอย่างแน่นอน หากการทำความดีกลับถูกวิพากษ์วิจารณ์และไม่ได้รับการปกป้อง ต่อไปในสังคมก็คงไม่มีใครกล้าทำความดีอีกแล้ว”

ขณะเดียวกัน หญิงสาวอีกรายที่ระบุว่าเป็นหลานสาวของคุณตาก็เสริมว่า “คุณลุงปลูกผักมาตลอดทั้งชีวิต ใช้ชีวิตอย่างประหยัดมัธยัสถ์มาโดยตลอด และนี่ถือเป็นอาหารมื้อใหญ่ครั้งแรกในชีวิตของท่านเลยค่ะ”

หลังจากนั้นสามวัน จางได้โพสต์ข้อความอีกครั้ง โดยระบุว่าเขาได้ส่งไฟล์วิดีโอทั้งหมดของคุณตาในวันสุดท้ายของชีวิตไปให้ทางครอบครัวแล้ว พร้อมทั้งเสนอตัวที่จะให้ความช่วยเหลือในอนาคตหากทางครอบครัวต้องการ โดยเขาจะเคารพการตัดสินใจของญาติ ๆ เป็นหลัก 

ขณะเดียวกัน ชาวเน็ตจำนวนมากต่างพากันเข้ามาให้กำลังใจจางและชื่นชมในความมีน้ำใจ โดยความเห็นหนึ่งระบุว่า “ถ้าจะโทษใครสักคน ก็ควรไปโทษคนขับรถที่ประมาทเลินเล่อซึ่งเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุ ไม่ใช่มาโทษอินฟลูเอนเซอร์” 

ส่วนชาวเน็ตอีกรายแสดงความเห็นว่า ขณะที่อีกความเห็นกล่าวว่า “โชคชะตาได้ถูกกำหนดไว้แล้ว บางทีวันนั้นอาจ ‘ถึงเวลา’ ของท่าน และเมื่อสวรรค์รับรู้ว่าชีวิตที่ผ่านมาของท่านยากลำบากเหลือเกิน จึงได้ส่งคนใจดีมาเลี้ยงอาหารมื้อใหญ่ให้เป็นมื้อสุดท้ายก่อนที่ท่านจะจากไป” 

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

ที่มา : scmp.com

เครดิตภาพ : Douyin, Generated by Gemini