สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 5 ส.ค.ว่าแหล่งข่าวอย่างน้อย 4 คนเปิดเผยกับสื่อมวลชน ว่ารัฐบาลสหรัฐเตรียมกำหนดราคาขั้นต่ำและขึ้นภาษีนำเข้า “โพลีซิลิคอน” และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตแผงโซลาร์เซลล์และเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อสกัดการขยายอิทธิพลของจีนในห่วงโซ่อุปทานชิป โดยอาจประกาศภายในเดือนส.ค. นี้ หลังการสอบสวนด้านความมั่นคงแห่งชาติของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเกี่ยวกับโพลีซิลิคอน ดำเนินมานานเกือบ 1 ปี
รายงานระบุว่า รัฐบาลวอชิงตันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมใช้มาตรการแบบผสมผสาน ทั้งกำหนดราคานำเข้าขั้นต่ำควบคู่กับการเรียกเก็บภาษีโพลีซิลิคอนและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง ภายใต้มาตรา 232 ของกฎหมายการค้าฉบับปี 2505
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายช่วยปกป้องโรงงานผลิตโพลีซิลิคอนในสหรัฐของเฮมล็อก เซมิคอนดักเตอร์ และแวกเกอร์ เคมี จากการแข่งขันของจีน ซึ่งครองสัดส่วนราว 80% ของกำลังการผลิตอุตสาหกรรมโซลาร์เซลล์ทั่วโลก
ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวระบุว่า แผนของกระทรวงพาณิชย์อาจเปิดทาง ให้ผู้นำเข้าที่ลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตแผ่นเวเฟอร์และเซลล์แสงอาทิตย์ในสหรัฐ สามารถนำต้นทุนจากมาตรการคุ้มครองทางการค้ามาหักชดเชยได้
US weighs polysilicon price floor, tariffs to counter China in solar and chips https://t.co/vOgJ4YtrWt https://t.co/vOgJ4YtrWt
— Reuters (@Reuters) August 4, 2026
อนึ่ง โพลีซิลิคอนเป็นซิลิคอนที่มีความบริสุทธิ์สูง และเป็นวัตถุดิบตั้งต้นของทั้งอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และโซลาร์เซลล์ โดยอุตสาหกรรมผลิตชิปทั่วโลกมีสัดส่วนการใช้โพลีซิลิคอนราว 2.4%
อย่างไรก็ตาม กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์และผู้ซื้อเซมิคอนดักเตอร์เตือนว่า การขึ้นภาษีอาจทำให้ต้นทุนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และรถยนต์ ปรับตัวสูงขึ้น
แม้การผลิตโซลาร์เซลล์ในสหรัฐขยายตัวอย่างต่อเนื่อง หลังสภาคองเกรสออกมาตรการลดหย่อนภาษีในปี 2565 แต่การเติบโตส่วนใหญ่ยังอยู่ที่การประกอบแผง ทำให้ผู้ผลิตต้องพึ่งพาการนำเข้าเวเฟอร์และเซลล์จากต่างประเทศ ผู้ผลิตหลายรายจึงเริ่มลงทุนขยายการผลิตไปยังขั้นตอนต้นน้ำมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านการผลิตในสหรัฐและลดการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานจากต่างประเทศ
ด้านนักวิเคราะห์เตือนว่า รัฐบาลสหรัฐจำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างการปกป้องผู้ผลิตภายในประเทศกับการควบคุมต้นทุนชิปและแผงโซลาร์เซลล์ เนื่องจากความต้องการสินค้าทั้งสองประเภทเพิ่มขึ้น ตามการขยายตัวของศูนย์ข้อมูล.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



