สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ว่า กระทรวงกลาโหมของสหรัฐออกแถลงการณ์เรื่องการปฏิบัติตามคำสั่งของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ด้วยการส่งเครื่องบินขับไล่เอฟ-16 ยิงทำลาย “วัตถุต้องสงสัย” ซึ่งลอยตัวอยู่เหนือทะเลสาบฮูรอน เป็นพรมแดนธรรมชาติระหว่างรัฐมิชิแกนของสหรัฐ กับรัฐออนแทรีโอของแคนาดา


ทั้งนี้ เพนตากอนให้ข้อมูลในเบื้องต้นว่า วัตถุดังกล่าว “ยังไม่ถือเป็นภัยคุกคามทางทหาร” แต่มีแนวโน้ม “สร้างความรบกวน” ให้กับการเดินอากาศของพลเรือน เนื่องจากวัตถุลอยตัวอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 6,100 เมตร จากพื้นดิน และ “อาจมีศักยภาพด้านการเก็บข้อมูลข่าวกรอง”


อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวด้านความมั่นคงให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า วัตถุปริศนามีรูปทรงแปดเหลี่ยม มีสายโยง แต่ไม่มีน้ำหนักบรรทุก และวัตถุชิ้นนี้เคลื่อนตัวผ่านฐานทัพอากาศมาล์มสตรอม ในรัฐมอนแทนา ซึ่งเป็นสถานที่เก็บหัวรบนิวเคลียร์ของสหรัฐ ส่งผลให้ต้องมีการปิดน่านฟ้าสำหรับการบินพาณิชย์ เป็นเวลานานหลายชั่วโมง เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แต่ตอนนั้นพบเพียง “สัญญาณเรดาร์ที่ผิดปกติ”


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงวันเดียว หลังรัฐบาลแคนาดายืนยัน การให้เครื่องบินขับไล่เอฟ-22 ของสหรัฐ ปล่อยขีปนาวุธทำลาย “วัตถุปริศนา” ซึ่งลอยตัวอยู่เหนือดินแดนยูคอน ทางตะวันตกสุดของแคนาดา ติดกับรัฐอะแลสกาของสหรัฐ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา


อนึ่ง สหรัฐยืนยันครั้งแรก เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมาว่า ทำลายวัตถุต้องสงสัยเป็น “บอลลูนสอดแนม” ของจีน ในเขตน่านฟ้าของรัฐเซาท์แคโรไลนา หลังจากนั้นอีกประมาณ 1 สัปดาห์ มีการยิงทำลายวัตถุปริศนา “ขนาดใกล้เคียงรถยนต์ขนาดเล็ก” เหนือเมืองเดดฮอร์ส รัฐอะแลสกา


ขณะที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐขึ้นบัญชีดำบริษัทของจีน 6 แห่ง ฐานสนับสนุนเทคโนโลยีทางทหาร โดยเฉพาะโครงการพัฒนา “วัตถุลอยอยู่ในอากาศ” ทั้งเรือเหาะและบอลลูน ซึ่งมีวัตุประสงค์ชัดเจนว่า “เพื่อเก็บข้อมูลข่าวกรองและการสอดแนม” ภายใต้การกำกับดูแลของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (พีแอลเอ) ด้านรัฐบาลปักกิ่งยังไม่มีท่าทีอย่างเป็นทางการเพิ่มอีก นับตั้งแต่การกล่าวถึงบอลลูนซึ่งถูกทำลายที่รัฐเซาท์แคโรไลนา “เป็นเรือเหาะเก็บข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยา”.

เครดิตภาพ : AFP