เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงข่าวผลการประชุมหน่วยขึ้นตรงของกองทัพบก ว่า พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้กําชับติดตามสถานการณ์ชายแดนและเฝ้าระวัง ปฏิบัติภารกิจที่ดําเนินการอยู่ให้ต่อเนื่องไป เช่น ปรับปรุงที่มั่น ลาดตระเวน เก็บข้อมูลด้านการข่าวที่คิดว่ามีประโยชน์ในการดูแลรักษาพื้นที่ และได้เน้นย้ําในเรื่องความปลอดภัยของกําลังพล ให้ทุก ๆ หน่วยได้ให้ความสําคัญ

พล.ต.วินธัย กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ภาพรวมทั้งสองประเทศ มีการเตรียมความพร้อมกําลังทั้งสองฝ่ายแต่อยู่ในพื้นที่เขตอธิปไตยของตัวเอง ทั้งนี้ในช่วงเดือนที่ผ่านมายังไม่พบการยั่วยุที่สําคัญ แต่มีเหตุการณ์ที่มองเข้าข่ายบ้างแต่เกิดขึ้นประปราย ซึ่งไม่ชัดเจนในเจตนา ชุดประสานงาน ยังสามารถสื่อสารตามความเข้าใจกันได้ และกองทัพบกยังเตรียมความพร้อมไม่ประมาทต่อสถานการณ์

เมื่อถามถึงกรณีนายหวัง อี้ รมว.ต่างประเทศจีน ระบุว่า กัมพูชาไม่อยากรบแล้ว พล.ต.วินธัย กล่าวว่า ข้อมูลในด้านการข่าวกัมพูชายังไม่ได้แสดงท่าทีอยู่ในจุดที่น่ากังวล มองในภาพใหญ่ข้อมูลด้านการข่าวทหาร ยังไม่มีทีท่าที่จะส่งผลคุกคามต่อฝ่ายไทย กรณีที่เราอาจเห็นข่าวสาร การพูดผ่านสื่อ ไม่สามารถประเมินเป็นปัจจัยหลักที่จะเกิดสถานการณ์ได้ ต้องมองที่ข้อมูลการข่าวทางด้านการทหาร หรือข้อมูลทางด้านความมั่นคงเท่านั้น

เมื่อถามย้ำว่ามองอย่างไร จีนอาสาเป็นตัวเชื่อมระหว่างไทย-กัมพูชา พล.ต.วินธัย กล่าวว่า ในมิติต่างประเทศ มีท่าทีไม่ต้องการ หรือ สนับสนุนให้มีการใช้กําลัง แต่ตามมารยาทก็ไม่ได้ห้ามหรือแสดงท่าทีจะขัดขวางอย่างไร คงเป็นเรื่องของสองประเทศที่จะต้องตัดสินใจต่อกัน

เมื่อถามอีกว่า ในพื้นที่ มีบางจุดที่กัมพูชาขยับฐานเข้ามาใกล้ไทย พล.ต.วินธัย กล่าวว่า หลังเหตุปะทะ กัมพูชาถอยไปอยู่ในพื้นที่ใหม่ เมื่อสถานการณ์ไม่น่ากังวลก็ขยับกําลังเข้ามา แต่ยังไม่ได้มีผลกระทบอะไรในการดูแลพื้นที่ชายแดนหรือหากมีการปฏิบัติทางทหารก็ไม่มีผลอะไรอยู่อยู่แล้ว เพียงแต่ฝ่ายกัมพูชา เมื่อเข้าไปอยู่ในพื้นที่ใหม่ โดยหลักยุทธวิธีทางทหารก็ต้องปรับปรุงหาที่กําบังที่อยู่ที่เหมาะสมทางทหารของฝ่ายกัมพูชาและคงไม่รุกล้ําในพื้นที่ที่ฝ่ายไทยได้ควบคุมอยู่

ด้าน พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก กล่าวเพิ่มเติม สําหรับเรื่องเงินเยียวยาให้กับทหารที่บาดเจ็บเสียชีวิตและทุพพลภาพในเหตุประทะทั้งสองรอบ จํานวน 10 ล้านบาท ในเหตุการณ์ประทะรอบแรก ได้จ่ายครบถ้วนแล้ว ในขณะที่เหตุปะทะรอบสอง อยู่ในขั้นตอนทางราชการ ยืนยันว่ากองทัพบกได้ติดตามใกล้ชิด

พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณี นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ไปแจ้งความเพิ่มเติม 2 ทหาร ในคดีลอบยิง คาดเป็นผลจากการไปช่วยชาวบ้าน และอาจขัดแย้งกับฝ่ายความมั่นคง ว่า เรื่องนี้เป็นคดีความทางสังคม น่าจะไม่ใช่คดีความมั่นคง หลักๆ แล้วทางตำรวจก็ต้องรับผิดชอบมากกว่า แต่ขอย้ำว่าเจ้าหน้าที่จะไม่ไปขัดแย้งกับใคร

จะเห็นในทุกการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันชายแดน การรักษาความมั่นคงภายใน ก็มีบุคคลที่คิดเห็นไม่ตรงกัน แต่เจ้าหน้าที่รัฐก็มีวิธีการที่อยู่ในกรอบ.