สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเยรูซาเลม ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอิสราเอลมีมติ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา อนุมัติโครงการขยายอาณาเขตนิคมที่อยู่อาศัยของชาวยิวในเขตยูเดียและซามาเรีย เพิ่มอีก 9 แห่ง “เพื่อตอบสนองต่อเหตุการณ์รุนแรงหลายระลอก ซึ่งเกิดขึ้นกับชาวอิสราเอลในนครศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้”
ทั้งนี้ แถลงการณ์ของรัฐบาลอิสราเอลใช้คำภาษายิวเรียกแทนเขตเวสต์แบงก์ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่อยู่ภายใต้การยึดครองของอิสราเอล นับตั้งแต่การมีชัยชนะเหนือฝ่ายอาหรับ ในสงครามหกวัน เมื่อปี 2510
The Civil Administration Higher Planning Committee will be convened in the coming days to approve the construction of new residential units in existing communities in Judea and Samaria.
— Prime Minister of Israel (@IsraeliPM) February 12, 2023
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอิสราเอลยังมีมติ เสริมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ลาดตระเวนและประจำการตามพื้นที่อ่อนไหวในเมืองเยรูซาเลมด้วย และจะมีการยื่นเสนอร่างกฎหมายต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ คเนสเซ็ท ในการเพิกถอนสัญชาติอิสราเอลหรือสถานะผู้พำนักถาวร ของ “ผู้ก่อการร้าย” โดยจะมีผลบังคับใช้กับชาวอิสราเอลเชื้อสายอาหรับ และชาวปาเลสไตน์ซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองเยรูซาเลม
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของอิสราเอลเกิดขึ้น หลังเหตุกราดยิงบริเวณสุเหร่าแห่งหนึ่ง ในเขตชานเมืองเยรูซาเลม เมื่อปลายเดือนที่แล้ว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 3 คน และเจ้าหน้าที่วิสามัญคนร้าย เป็นชายชาวปาเลสไตน์ วัย 21 ปี
A car drove into people at a bus stop in Jerusalem Friday, killing a man and a young child in what Israeli police described as a "ramming terror attack" https://t.co/SUmUXHnXQ8 pic.twitter.com/Z0GneUaXee
— CNN (@CNN) February 10, 2023
ตามด้วยตุคนร้ายขับรถยนต์พุ่งชนประชาชน ซึ่งกำลังรอรถโดยสารประจำทาง อยู่ที่ป้ายแห่งหนึ่ง ในเขตชานเมืองเยรูซาเลม เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย เป็นชายวัย 20 ปี และเด็กชายวัย 6 ขวบ อีกทั้งมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 5 คน หนึ่งในนั้นเป็นเด็กชายวัย 8 ขวบ ซึ่งเป็นพี่ชายของเด็กชายผู้เสียชีวิต ส่วนคนร้ายเป็นชายวัย 31 ปี ถูกวิสามัญในที่เกิดเหตุ
อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ที่ผ่านมา ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่อิสราเอล ส่งผลให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิต “อย่างน้อย 46 ราย” รวมทั้งพลเรือนและสมาชิกกลุ่มติดอาวุธ นอกจากนี้ บรรยากาศในพื้นที่พิพาทตึงเครียดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่กองกำลังป้องกันอิสราเอล (ไอดีเอฟ) ปฏิบัติการครั้งใหม่ ที่ค่ายผู้ลี้ภัยของชาวปาเลสไตน์ ที่เมืองเจนิน ในเขตเวสต์แบงก์ ตั้งแต่เดือน ม.ค. ที่ผ่านมา และมีการวิสามัญ “ผู้ต้องสงสัยเป็นสมาชิกกลุ่มหัวรุนแรง” หลายสิบราย.
เครดิตภาพ : AFP



