สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเยรูซาเลม ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอิสราเอลมีมติ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา อนุมัติโครงการขยายอาณาเขตนิคมที่อยู่อาศัยของชาวยิวในเขตยูเดียและซามาเรีย เพิ่มอีก 9 แห่ง “เพื่อตอบสนองต่อเหตุการณ์รุนแรงหลายระลอก ซึ่งเกิดขึ้นกับชาวอิสราเอลในนครศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้”


ทั้งนี้ แถลงการณ์ของรัฐบาลอิสราเอลใช้คำภาษายิวเรียกแทนเขตเวสต์แบงก์ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่อยู่ภายใต้การยึดครองของอิสราเอล นับตั้งแต่การมีชัยชนะเหนือฝ่ายอาหรับ ในสงครามหกวัน เมื่อปี 2510


ขณะเดียวกัน ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอิสราเอลยังมีมติ เสริมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ลาดตระเวนและประจำการตามพื้นที่อ่อนไหวในเมืองเยรูซาเลมด้วย และจะมีการยื่นเสนอร่างกฎหมายต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ คเนสเซ็ท ในการเพิกถอนสัญชาติอิสราเอลหรือสถานะผู้พำนักถาวร ของ “ผู้ก่อการร้าย” โดยจะมีผลบังคับใช้กับชาวอิสราเอลเชื้อสายอาหรับ และชาวปาเลสไตน์ซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองเยรูซาเลม


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของอิสราเอลเกิดขึ้น หลังเหตุกราดยิงบริเวณสุเหร่าแห่งหนึ่ง ในเขตชานเมืองเยรูซาเลม เมื่อปลายเดือนที่แล้ว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 3 คน และเจ้าหน้าที่วิสามัญคนร้าย เป็นชายชาวปาเลสไตน์ วัย 21 ปี


ตามด้วยตุคนร้ายขับรถยนต์พุ่งชนประชาชน ซึ่งกำลังรอรถโดยสารประจำทาง อยู่ที่ป้ายแห่งหนึ่ง ในเขตชานเมืองเยรูซาเลม เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย เป็นชายวัย 20 ปี และเด็กชายวัย 6 ขวบ อีกทั้งมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 5 คน หนึ่งในนั้นเป็นเด็กชายวัย 8 ขวบ ซึ่งเป็นพี่ชายของเด็กชายผู้เสียชีวิต ส่วนคนร้ายเป็นชายวัย 31 ปี ถูกวิสามัญในที่เกิดเหตุ


อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ที่ผ่านมา ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่อิสราเอล ส่งผลให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิต “อย่างน้อย 46 ราย” รวมทั้งพลเรือนและสมาชิกกลุ่มติดอาวุธ นอกจากนี้ บรรยากาศในพื้นที่พิพาทตึงเครียดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่กองกำลังป้องกันอิสราเอล (ไอดีเอฟ) ปฏิบัติการครั้งใหม่ ที่ค่ายผู้ลี้ภัยของชาวปาเลสไตน์ ที่เมืองเจนิน ในเขตเวสต์แบงก์ ตั้งแต่เดือน ม.ค. ที่ผ่านมา และมีการวิสามัญ “ผู้ต้องสงสัยเป็นสมาชิกกลุ่มหัวรุนแรง” หลายสิบราย.

เครดิตภาพ : AFP