สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ว่า สำนักงานยามฝั่งของฟิลิปปินส์ เผยแพรแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ว่า เรือตรวจการณ์ของจีนใช้อุปกรณ์ปล่อยเลเซอร์ “ระดับที่ใช้ในกิจกรรมทางทหาร” พุ่งตรงอย่างน้อย 2 ครั้ง มายังเรือลาดตระเวนของรัฐบาลมะนิลา ระหว่างกำลังปฏิบัติภารกิจบริเวณแนวสันดอนโธมัสที่สอง ตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งของจังหวัดปาลาวัน ที่อยู่ทางตะวันตกของฟิลิปปินส์ ประมาณ 105 ไมล์ทะเล เมื่อวันที่ 6 ก.พ. ที่ผ่านมา
WATCH: Philippine Coast Guard releases a video showing a Chinese Coast Guard vessel pointing a “military-grade laser light” towards BRP Malapascua while supporting a rotation and resupply mission of the Philippine Navy in Ayungin Shoal in the WPS, February 6. | via @biancadava pic.twitter.com/Vtix2YeuF4
— ABS-CBN News (@ABSCBNNews) February 13, 2023
ขณะเดียวกัน เรือตรวจการณ์ลำดังกล่าวของรัฐบาลปักกิ่ง “เคลื่อนไหวอย่างอันตราย” ห่างจากเรือของฟิลิปปินส์ประมาณ 140 เมตรเท่านั้น ในวันเกิดเหตุ ถือเป็นเจตนาขัดขวางไม่ให้เรือของรัฐบาลมะนิลา ลำเลียงเสบียงไปมอบให้แก่กำลังพลของฟิลิปปินส์ ซึ่งประจำการอยู่ในบริเวณนี้ ตั้งแต่ปี 2541

ต่อมา กระทรวงการต่างประเทศจีนออก แถลงการณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ว่า น่านน้ำในบริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากหมู่เกาะสแปรตลีย์ “เป็นดินแดนภายใต้อำนาจอธิปไตยของรัฐบาลปักกิ่ง” การดำเนินการของเจ้าหน้าที่จีน “เป็นไปตามกฎหมายของรัฐบาลปักกิ่ง”
อนึ่ง แนวสันดอนโธมัสที่สองกลายเป็น “จุดร้อน” แห่งใหม่ของทะเลจีนใต้ เมื่อเดือน พ.ย. 2564 เมื่อเรือตรวจการณ์ของจีนเคลื่อนเข้ามาปิดเส้นทางเดินเรือ และฉีดน้ำใส่เรือของฟิลิปปินส์ ซึ่งเตรียมส่งเสบียงให้แก่ทหารที่ประจำการอยู่บริเวณแนวสันดอนแห่งนี้ ก่อนที่อีก 1 สัปดาห์ต่อมา ฟิลิปปินส์ส่งเรือเสบียงกลับเข้าไปอีกครั้ง หลังได้รับการ “รับประกันความปลอดภัย” จากรัฐบาลปักกิ่ง.
เครดิตภาพ : AFP



