หลังเกม ทีมชาติไทย เฉือนชนะ เติร์กเมนิสถาน 2-1 คว้า 3 แต้ม เข้ารอบสุดท้ายเอเชียนคัพ 2027 แบบฉิวเฉียด จากเกมที่ ราชมังคลากีฬาสถาน วันที่ 31 มี.ค.69
“อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน ดาวเตะทีมชาติไทยวัย 36 ปี ที่ทำ 2 แอสซิสต์ เปิดเผยว่า ดีใจที่คว้าชัยชนะ ครึ่งหลังที่ถอดหน้ากาก เพราะว่าไม่ถนัด ก็ต้องขอโทษสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ด้วยที่ย้ำมาในเรื่องนี้ เพราะกลัวว่าจะเจ็บเพิ่ม แต่มันบังวิสัยทัศน์ในการเล่นจริงๆ ส่วนตัวก็รู้สึกว่าจมูกโอเคขึ้นมาแล้ว ก่อนหน้าคาดหวังว่าจะแอสซิสต์ได้ในเกมนี้ รวมทั้งแฟนบอลและทุกคนก็คาดหวัง ก็ลงไปทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ทุกคนก็ทำได้ดีมาก เกมนี้เป็นเกมที่กดดัน เครียดมาก ตอนนอนก็สะดุ้งตลอด ผลชนะในวันนี้ก็ทำให้กลับไปนอนสบายขึ้น
เมื่อถามถึงการเล่นเอเชียนคัพ 2027 อุ้ม กล่าวว่า คิดว่าเป็นเรื่องยากอยู่ เพราะตนก็อายุมากขึ้นด้วย และครั้งนี้แค่มาทำตามจ๊อบให้ทีมชาติไทยผ่านเข้ารอบไปให้ได้ ไม่อยากให้ทีมชาติไทยมานั่งอยู่บ้าน และนั่งดูทีมชาติอื่นเล่น มาครั้งนี้แค่ต้องการพาทีมชาติไทยผ่านเข้ารอบไปให้ได้แค่นั้นเอง

เมื่อถามว่าเอเชี่ยนคัพ 2027 จะเป็นทัวร์นาเมนต์ใหญ่สุดท้ายของทีมชาติไทย หรือไม่ ธีราทร กล่าวว่า ก็คิดว่าเป็นอย่างนั้น แต่ตนก็ยังไม่รู้เลยว่าจะมีชื่อติดไปหรือเปล่า เพราะว่าอีกหลายเดือน พร้อมยกตัวอย่าง เอเชียนคัพ หนก่อน รอบคัดเลือกที่อุซเบกิสถาน มีหลายคนที่ไปร่วมลำบาก แต่บางคนก็ไม่ได้เล่นในรอบสุดท้าย โค้ชที่พาไปคัดก็ยังไม่ได้รอบสุดท้ายเลย(มาโน โพลกิง)
“มันก็ไม่มีใครรู้หรอกว่า ใครจะติด ใครจะอยู่ หรือใครจะไป สุดท้ายขึ้นอยู่กับผลงาน และคนที่โค้ชเลือกเข้ามาที่เขาคิดว่าเหมาะสมในแทคติคของเขา อย่างแคมป์นี้บางคนที่ไม่ได้เล่นก็มีเสียงวิพากษณ์วิจารณ์ แต่สุดท้ายแล้วทุกคนก็ได้แสดงให้เห็น อย่าง ทอม เบียรห์ ที่ไม่ได้เล่นกับสโมสร แต่คาแรคเตอร์ก็ตอบสนองการเล่นของโค้ชได้ และวันนี้ก็แสดงให้เห็นว่าทำได้ตามจ๊อบอย่างยอดเยี่ยม”
ธีราทร กล่าวถึงกรณีที่ “เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ชื่นชมว่าไม่มีใครมาทดแทนได้ โดยแซวว่า “อวยอ่ะซิ่” ก่อนบอกว่า “มันไม่มีใครแทนใครได้หรอก มันเป็นโอกาสของตัวเอง ตอนที่ผมเป็นดาวรุ่งขึ้นมา ผมก็แค่มองรุ่นพี่แล้วจะเอาชนะรุ่นพี่ให้ได้ เพื่อขึ้นมาเล่นในตำแหน่งแบ๊กซ้ายตัวจริงให้ได้เทานั้นเอง สิ่งสำคัญที่สุดคุณต้องเล่นในแบบของตัวเองที่ถนัด และเก่งในแบบของตัวเอง”



