เมื่อวันที่ 16 ก.พ. ที่อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) นายณรงค์ เรืองศรี รองปลัดกทม. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนกรุงเทพมหานคร (ศปถ.กทม.) จัดประชุมครั้งที่ 1/2566 เพื่อติดตามผลการดำเนินงานที่ผ่านมา และกำหนดแนวทางการดำเนินการต่อไป เพื่อความปลอดภัยทางถนนในเขตกรุงเทพฯ

สถิติการเกิดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ 66 (29 ธ.ค. 65-4 ม.ค. 66) จากข้อมูลของบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด สรุปยอดผู้เสียชีวิต 15 ราย ลดลง 40% บาดเจ็บ 1,363 ลดลง 2% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเทศกาลปีใหม่ 65 เสียชีวิต 25 ราย บาดเจ็บ 1,389 ราย ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ 03.01-05.00 น. ช่วงอายุที่เสียชีวิตมากที่สุดคือ 23-34 ปี ส่วนใหญ่เป็นผู้ขับขี่ที่เป็นเพศชาย โดยพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกิดเหตุและเสียชีวิตมาจากการแซง เลี้ยวตัดหน้า และเปลี่ยนเลนกะทันหัน 27% และชนท้าย ชนรถจอดริมทาง 20%

ส่วนผลการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ โดย บช.น. จากการตรวจวัดทั้งหมด 4,317 ราย พบมีแอลกอฮอล์ 456 ราย มีระดับเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด 363 ราย แบ่งเป็นยานพาหนะประเภทรถยนต์ 273 ราย และจักรยานยนต์ 127 ราย ซึ่งได้มีการถอดบทเรียนเพื่อนำไปพัฒนาแนวทางป้องกันและลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงเร็วๆ นี้ต่อไป

สำหรับการรณรงค์สวมหมวกกันน็อคของนักเรียนในสังกัด กทม. ให้ได้ 100% ขณะนี้ได้แจกจ่ายจำนวน 1.2 แสนใบ ให้แก่เด็กนักเรียนสังกัด กทม. ที่เดินทางมาเรียนด้วยรถจักรยานยนต์ตั้งแต่กันยายน 65 ซึ่งจะมีการรณรงค์การสวมหมวกกันน็อกของนักเรียนในสังกัด กทม. ให้ได้ครบ 100% อย่างยั่งยืน โดยจะมีรางวัลให้กับโรงเรียนที่ทำสำเร็จ เพื่อจูงใจเพื่อให้เกิดการตื่นตัว ให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ในส่วนของความปลอดภัยทางถนนในกลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้างและกลุ่มไรเดอร์ และการรณรงค์ความปลอดภัยในกลุ่มเด็กและเยาวชนได้มีโครงการความร่วมมือเพี่อสร้างการขับขี่ที่ปลอดภัยในกลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้างและกลุ่มไรเดอร์ โดยกรุงเทพมหานคร สสส. ร่วมกับภาคีเครือข่าย และจัดทำโครงการพิทักษ์ความปลอดภัยบนท้องถนน “เด็กเริ่ม ผู้ใหญ่ร่วม” กิจกรรมโรงเรียนต้นแบบด้านความปลอดภัยทางถนนนของกรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งตั้งคณะอนุกรรมการแต่ละด้านมาช่วยขับเคลื่อนให้เกิดผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมต่อไป

นอกจากนี้ที่ประชุม ศปถ.กทม. ยังได้เห็นชอบให้มีมาตรการสำหรับการก่อสร้างต่างๆ เงื่อนไขในทีโออาร์ต้องกำหนดให้มีทีมตรวจสอบความปลอดภัยทางถนน (Road safety audit) เพื่อดูแลเฝ้าระวังป้องกันการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่ก่อสร้างและพร้อมแก้ไขได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุ พร้อมทั้งมาตรการเสริมความปลอดภัยเพื่อลดความเสี่ยงขณะปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ กทม. เช่น รถน้ำ รถขยะ รถดูดฝุ่น รถบรรทุกขนาดใหญ่ต่างๆ โดยการติดตั้งเครื่องหมายจราจร ป้ายแจ้งเตือน การติดไฟท้าย-ไฟส่องสว่าง ติดสติกเกอร์ การติดกล้องรถ รวมทั้งชุดปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่เพิ่มความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

นายณรงค์ กล่าวย้ำว่า ผู้ว่าฯ กทม. มีนโยบายเดินทางดี ปลอดภัยดี ซึ่งขอบเขตภารกิจบางส่วนอยู่ภายใต้หน่วยงานกรุงเทพมหานคร และบางส่วนต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานภายนอก ซึ่งต้องบูรณาการร่วมกัน การสร้างความปลอดภัยทางถนนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ก็เป็นอีกงานสำคัญที่เกิดจากความร่วมมือของทุกหน่วยงาน.