นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า กระทรวงดีอีเอส และ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ได้ร่วมมือกับพันธมิตรดำเนินโครงการการส่งเสริมการพัฒนาทักษะกำลังคนรุ่นใหม่ ต่อยอดการสร้างอาชีพในอนาคตและยกระดับอุตสาหกรรมเกมไทยสู่สากล หรือ depa THAI GAME INDUSTRY TO GLOBAL โดยมุ่งเน้นขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัลที่มีพลวัต บนฐานของสังคมที่รู้คิด รู้ทัน และกำลังคนที่สามารถปรับตัวและสร้างโอกาสจากเทคโนโลยี ภายใต้แนวคิด Digital Infinity: ดิจิทัลไม่มีที่สิ้นสุด

“โควิด-19 ส่งผลให้โลกเกิดอาชีพใหม่มากมาย และเป็นการกระตุ้นให้ทุกคนจำเป็นต้องเร่งเพิ่มทักษะดิจิทัล เพื่อรองรับอาชีพใหม่เหล่านั้น และต้องยอมรับว่า อุตสาหกรรมใหม่ที่มาแรงสวนกระแสเศรษฐกิจคือ อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ ไม่ว่าจะเป็น เกม แอนิเมชั่น คาแรกเตอร์ รวมไปถึงอีสปอร์ต ที่ได้รับความนิยมในฐานะกีฬาระดับสากล”

ด้าน นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าวว่า อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย ปี 2564 มีมูลค่ารวมกว่า 42,000 ล้านบาท ซึ่งอุตสาหกรรมเกมได้รับการจับตามากที่สุด เพราะมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าสูงถึง 37,000 ล้านบาท คิดเป็น 88% ของมูลค่าอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ ซึ่ง ดีป้า เล็งเห็นถึงความสำคัญ จึงเร่งส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาขีดความสามารถเพื่อวางรากฐานความเป็นมืออาชีพแก่เด็ก เยาวชน นักศึกษา คนรุ่นใหม่ และผู้ที่สนใจ รวมถึงบุคลากรในอุตสาหกรรมเกมและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง โดยมุ่งยกระดับทักษะและองค์ความรู้ เพื่อผลิตบุคลากรเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ โครงการ depa THAI GAME INDUSTRY TO GLOBAL จะดำเนินการผ่าน 2 กิจกรรม ประกอบด้วย 1. Game Online Academy กิจกรรมพัฒนาความรู้และทักษะผ่าน Online Platform ที่รวบรวมหลักสูตรด้านเกมกว่า 280 ชั่วโมง เปิดให้เรียนฟรี มีเนื้อหาครอบคลุมสำหรับเด็ก ผู้ประกอบการ และผู้สนใจทั่วไป เพื่อให้ผู้เรียนเตรียมความพร้อมเข้าสู่อุตสาหกรรมเกม นำความรู้ที่ได้ไปต่อยอด และปรับใช้ในการทำงานหรือการสร้างสรรค์ผลงาน สามารถสร้างอาชีพและรายได้ให้กับตนเอง โดยตั้งเป้าพัฒนาทักษะและผลิตบุคลากรเข้าสู่อุตสากรรมเกมกว่า 50,000 ราย

และ 2. Game Accelerator Program กิจกรรมเพิ่มขีดความสามารถ บ่มเพาะ เปิดโอกาสให้นักพัฒนาเกมไทยได้แสดงศักยภาพ พัฒนาฝีมือ และผลิตเกมได้อย่างมีคุณภาพ สามารถวางจำหน่ายในตลาด และแข่งขันในระดับสากลได้ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวดำเนินการมาแล้ว 2 รุ่น ในรุ่นที่ผ่าน ๆ มา มีเกมไทยสามารถวางขายบน Nintendo eShop ได้แล้ว เช่น Joojee’s Journey (จู้จี้ส์ เจอร์นีย์) และ Bloody Bunny ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้ Workshop เสริมสร้างความรู้ในการพัฒนาเกม ปรึกษา รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในวงการ

พร้อมเปิดโอกาสให้นักพัฒนาเกมไทยได้พบปะ นำเสนอผลงานกับนักลงทุน ผ่านกิจกรรม Demo Day & Business Matching โดยในปีนี้ มีการขยายโอกาสเพิ่มเติมให้กับนักพัฒนาเกมมือสมัครเล่น ซึ่งกิจกรรม Demo Day & Business Matching จะแบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มนักพัฒนาเกมมืออาชีพ และกลุ่มเยาวชน นักศึกษา โดยตั้งเป้ายกระดับนักพัฒนาเกมกว่า 500 ราย