ความคืบหน้าคดีปฏิบัติการ “ถอดเกล็ดมังกร” กวาดล้างเครือข่ายรับจ้างแจ้งเกิดเท็จให้เด็กต่างด้าว เพื่อให้ได้สัญชาติไทย ซึ่งตำรวจร่วมกับหลายหน่วยงานจับกุมผู้ต้องหารวมหลายสิบรายนั้น ล่าสุด เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ที่ สน.บางยี่เรือ ลูกสาวของนายองอาจ หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกกล่าวหาว่าเป็น “พ่อทิพย์” ได้เดินทางเข้าเยี่ยมบิดา พร้อมเปิดเผยไทม์ไลน์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ลูกสาวระบุว่า เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน หลังจากบิดามีภรรยาใหม่ซึ่งทำงานอยู่ย่านสำเพ็ง ภรรยาคนดังกล่าวได้แนะนำให้รู้จักหญิงชาวจีนชื่อ “หลี่เหย่น เจิ้ง” ก่อนที่บิดาจะไปลงนามจดทะเบียนสมรสกับหญิงชาวจีน โดยในขณะนั้นเธอยังเด็ก จึงไม่ทราบเหตุผลของการจดทะเบียน
ภายหลังเมื่อสอบถาม บิดาอ้างว่าไม่เข้าใจรายละเอียดของเอกสาร และเป็นภรรยาใหม่ที่พาไปดำเนินการ จึงลงลายมือชื่อโดยไม่ทราบว่ามีเอกสารอื่นรวมถึงการรับรองบุตรหรือไม่ พร้อมยอมรับว่าได้รับเงินจำนวน 2,000 บาทหลังการลงนาม ขณะที่ในช่วงเวลานั้นหญิงชาวจีนยังไม่ได้ตั้งครรภ์ และต่อมาทั้งสองได้หย่าขาดจากกัน โดยครอบครัวไม่ทราบสาเหตุ
ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายองอาจ ระหว่างถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวพิมพ์ลายนิ้วมือ เจ้าตัวยอมรับว่า ยินยอมจดทะเบียนสมรสกับหญิงชาวจีน เพราะเป็นเพื่อนของแฟนในขณะนั้น และได้รับการขอความช่วยเหลือให้จดทะเบียนเพื่อใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทย ยืนยันว่าไม่ได้รับค่าจ้างจากการจดทะเบียนสมรส
นายองอาจ ยังยอมรับว่า หลังจากหย่ากับหญิงชาวจีนได้ประมาณ 5 ปี ญาติของฝ่ายหญิงได้ติดต่อขอให้ลงนามรับรองบุตร เนื่องจากไม่มีผู้รับรอง โดยเด็กทั้งสองคนเป็นบุตรของหญิงชาวจีนกับชายชาวจีน ไม่ใช่บุตรของตนเอง ซึ่งได้ลงนามรับรองบุตรรวม 2 ครั้ง ห่างกันประมาณ 2-3 ปี ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ผ่านการประสานงานของบุคคลที่สาม
อย่างไรก็ตาม นายองอาจ ยืนยันว่า ไม่ได้รับค่าจ้างจากการเซ็นรับรองบุตร แต่ได้รับเพียงเงินสดครั้งละ 2,000 บาท เพื่อชดเชยค่าเสียเวลาจากการหยุดขับรถแท็กซี่และค่าเช่ารถ พร้อมระบุว่าไม่รู้จักกลุ่มชาวจีนดังกล่าวเป็นการส่วนตัว และไม่เคยใช้ชีวิตร่วมกับหญิงชาวจีน
นายองอาจ กล่าวขอโทษต่อสังคมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยอมรับว่ารู้สึกเสียใจ และเชื่อว่าลูกสาวคงผิดหวังกับสิ่งที่เกิดขึ้น แม้ที่ผ่านมาไม่เคยปิดบังเรื่องดังกล่าวกับคนในครอบครัวก็ตาม
คดีดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องจากปฏิบัติการ “ถอดเกล็ดมังกร” ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับกรมการปกครอง สำนักงาน ป.ป.ท. และสำนักงาน ปปง. ขยายผลจากการจับกุมเครือข่ายสแกมเมอร์ชาวจีน ก่อนพบขบวนการรับจ้างจดทะเบียนสมรสและรับรองบุตร เพื่อให้เด็กต่างด้าวได้รับสัญชาติไทยโดยมิชอบ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินคดีตามกฎหมาย.



