เมื่อวันที่ 16 ก.พ. ที่โรงแรมเดอะรอยัลริเวอร์ กรุงเทพฯ ได้มีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ ความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) โครงการความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง สมาคมผู้บริหารและครูโรงเรียนอนุบาลประจำจังหวัด (ประเทศไทย) ร่วมกับสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) โดยนายชาญชัย ไชยพิศ ผอ.โรงเรียนอนุบาลบุรีรัมย์ นายกสมาคมผู้บริหารและครูโรงเรียนอนุบาลประจำจังหวัด (ประเทศไทย) กล่าวว่า กระบวนการเรียนรู้แบบ Active learning ลงสู่โรงเรียนมานานแล้ว แต่ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้เกิด Learning loss หรือภาวะการสูญเสียการเรียนรู้ของเด็ก หรือ ที่เรียกว่า ภาวะการเรียนรู้ถดถอยในเด็กตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึง ป.6 ซึ่งการเรียนผ่านระบบออนไลน์ก็ไม่สามารถตอบโจทย์และแก้ปัญหาได้ ทำให้เราต้องหาวิธีการที่หลากหลายเพื่อแก้ปัญหา และเมื่อสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 คลี่คลาย เราก็พบว่าการเรียนการสอนแบบ Active learning สามารถใช้ได้ผลที่สุดโดยวิธีการเชิงรุก ซึ่งเมื่อปี 2565 ทางสมาคมฯ ได้จัดกิจกรรม Kick off โครงการพัฒนาเด็กตลอดช่วงชีวิตเด็กปฐมวัย โดยใช้กระบวนการ Active learning ให้ไปสู่ห้องเรียนให้มากที่สุด ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีจากพ่อแม่ผู้ปกครองและ 6 กระทรวงหลักในการร่วมมือกันและร่วมกันระดมสื่อมาต่อยอด ขณะเดียวกันแต่ละโรงเรียนก็ทุ่มงบประมาณเพื่อกระตุ้นการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการ Active learning จัดสื่อลงไปอบรมครู

“สมาคมฯ พยายามหาทางที่หลากหลาย เพื่อให้ครูได้ใช้กระบวนการเรียนรู้แบบ Active learning ให้มากที่สุด และเพื่อให้ครูได้เข้าใจวิธีการมากที่สุด ไม่ใช่เป็นเพียงฟังจากทฤษฎี แต่เราพยายามช่วยเหลือและกระตุ้นให้มีการผลิตสื่อและพัฒนาสื่อเพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีโรงเรียนอนุบาลประจำจังหวัด 82 แห่ง ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีการแข่งขันสูงของจังหวัด เพราะฉะนั้นคุณภาพทุกด้านของโรงเรียนต้องมีความพร้อมที่จะรองรับ ซึ่งทางสมาคมฯ จะร่วมมือกับทุกโรงเรียนในการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาด้านวิชาการ เพื่อนำไปสู่คุณภาพระดับสูงของการจัดการเรียนการสอนระดับปฐมวัย และประถมศึกษา ซึ่งก็ได้รับความร่วมมืออย่างดีจาก พว.ในการต่อยอดพัฒนาคุณภาพหลักสูตร คุณภาพผู้สอนเพื่อนำไปสู่คุณภาพผู้เรียน” นายชาญชัย กล่าว

ด้าน ดร.ศักดิ์สิน โรจนสราญรมย์ ประธานบริหาร พว. กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ เป็นหลักคิดที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ เพราะการดำรงไว้ซึ่งศักยภาพของโรงเรียนกับการต่อยอดที่สูงขึ้นไม่ใช่เพื่อความเป็นผู้นำเท่านั้น แต่เพื่อเป็นหนึ่งในเอเชียในระยะ 2-3 ปีข้างหน้าโดยการนำนวัตกรรมหรือผลการเรียนรู้ที่เป็นรูปธรรมของเด็กมาแสดงให้เห็นว่าเราสามารถพัฒนาเด็กได้ทุกคนทุกความแตกต่างให้สามารถเข้าถึงนวัตกรรมและเป็นนวัตกรได้ ที่สำคัญยังเป็นหลักคิดที่สำคัญในการปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนประเทศตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่เน้นกระบวนการเรียนรู้แบบ Active learning ซึ่งโรงเรียนอนุบาลประจำจังหวัดจะเป็นกลุ่มใหญ่ที่จะขับเคลื่อนสร้างต้นแบบ เพื่อขยายผลไปสู่โรงเรียนระดับท้องถิ่น

ดร.ศักดิ์สิน กล่าวต่อไปว่า พว. พัฒนาสื่อมามากกว่า 30 ปี ซึ่งเป็นที่ยอมรับของสมาคมมหาวิทยาลัยระหว่างประเทศ เมื่อนายยกสมาคมโรงเรียนอนุบาลประจำจังหวัด (ประเทศไทย) ได้มาเห็น ได้สัมผัส ก็ยอมรับว่าเป็นทิศทางที่ล้ำหน้ามากในการใช้กระบวนการเรียนรู้แบบ Active learning เพื่อพัฒนาศักยภาพชั้นสูงของเด็กเพื่อสร้างนวัตกรรมต่างๆ ต่อไป.