เมื่อเวลา 12.40 น. วันที่ 18 ก.พ. ที่สำนักงานเขตลาดกระบัง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. กล่าวภายหลังประชุมร่วมกับผู้บริหารกทมและเขตลาดกระบังในกิจกรรมผู้ว่าฯเขตสัญจรว่า ปัญหาหลักตอนนี้ของเขตลาดกระบัง เนื่องจากเป็นเขตที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของ กทม. และมีจำนวนประชากรหนาแน่นเป็นอันดับ 7 จึงทำให้มีปัญหาของถนน ซึ่งมีอยู่จำนวน 673 ซอย และคลองอีก 65 คลอง ทำให้เกิดการกระจายตัวอยู่ค่อนข้างมาก ยิ่งช่วงที่มีน้ำท่วม จะเห็นว่ามีปัญหาเรื่องการระบายน้ำออก ดังนั้นในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมของเขตลาดกระบังปีนี้ต้องมีการขุดลอกคูคลองที่เกี่ยวข้องรวมทั้งทำระบบระบายน้ำ

ส่วนปัญหาเรื่องการขุดลอกท่อตอนนี้ยังมีความล่าช้าอยู่เนื่องจาก กรมราชทัณฑ์อาจจะมีปัญหาเรื่องการเตรียมคน วันนี้จึงได้สั่งการกับสำนักงานเขตไปแล้วว่า ถ้ากรมราชทัณฑ์ทำไม่ได้ก็ต้องหาเอกชนมาทำ ให้ทันกับที่ตั้งเป้าหมายไว้ คือให้เสร็จสิ้นภายในเดือนกุมภาพันธ์พันธุ์นี้ ส่วนการขุดลอกคลองก็อาจจะต้องจัดให้ส่วนกลางเข้าไปช่วยด้วย ส่วนจำนวนปั๊มน้ำที่ต้องติดเพิ่ม และการระบายน้ำออกไปทางฝั่งตะวันออก ก็ได้มีการหารือร่วมกับสำนักระบายน้ำ และกรมชลประทาน เพื่อรองรับปัญหาน้ำท่วมที่จะเกิดขึ้นในปีนี้แล้ว

นายชัชชาติ กล่าวต่ออีกว่า ส่วนปัญหาอื่นๆของเขตลาดกระบังที่วันนี้ได้เร่งรัดกับทางสำนักงานเขตให้ดำเนินการแก้ไขได้แก่ ปัญหาเรื่องความปลอดภัยในโรงเรียน ตลอดจนคุณภาพห้องน้ำและคุณภาพอาหารกลางวัน รวมถึงปัญหาเร่งด่วนเรื่องไข้เลือดออก เนื่องจากตอนนี้ที่เขตลาดกระบังมีผู้เสียชีวิต 1 ราย และจำนวนผู้ติดเชื้อในเดือนมกราคม มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าปีก่อนๆ จึงต้องเพิ่มความระมัดวังวังในเรื่องนี้มากขึ้น โดยให้ทุกสำนักงานเขตกำกับดูแลแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ส่วนภาคประชาชนก็ขอให้ใช้มาตรการ 3 เก็บ (เก็บน้ำ เก็บขยะ เก็บบ้าน) 5 ป.(ปิด-เปลี่ยน- ปล่อย-ปรับปรุง และปฏิบัติ ) สำหรับปัญหาเรื่องโรคพิษสุนัขบ้า เนื่องจากพบสุนัขที่มีเชื้อ 6 ตัวในเขตลาดกระบัง ซึ่งก็มีการลงพื้นที่ฉีดวัคซีนให้สุนัขในพื้นที่ไปบ้างแล้ว รวมทั้งฉีดวัคซีนให้กับคนในพื้นที่แล้ว แต่ก็ยังคงต้องระมัดระวังในเรื่องนี้อยู่

ส่วนเรื่องการก่อสร้างสะพานยกระดับวงเงิน 1,600 ล้านบาท บริเวณถนนลาดกระบัง-หลวงแพ่ง ซึ่งทำให้เกิดปัญหาการจราจร และปัญหาน้ำท่วม ปัญหาการทิ้งวัสดุก่อสร้างลงในแม่น้ำ นายชัชชาติกล่าวว่า จะต้องมีการลงพื้นที่ตรวจสอบเนื่องจากมีชาวบ้านได้รับความเดือนร้อนเยอะ ซึ่งโครงการดังกล่าวทางสำนักการโยธากทม. เป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนสำนักงานเขตจะดูแลบริเวณทางเท้า และพื้นที่โดยรอบ ก็ได้เร่งทำความสะอาดและจัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อยตามที่มีการร้องเรียนมาก่อนหน้านี้ ส่วนโครงการไม่เทรวมในเขตลาดกระบัง ภาพรวมถือว่าประสบความสำเร็จเพราะมีการให้ความร่วมมือในเรื่องนี้ได้ดีมาก เนื่องจากพื้นที่ลาดกระบังมีเกษตรกรอยู่เยอะ ที่สามารถนำเอาขยะเปียกไปใช้งานได้เพื่อทำเป็นปุ๋ยหมัก ทำให้เมื่อแยกขยะได้แล้วสามารถมีคนรับไปใช้งานได้โดยตรงทำให้ขยะลดลงอย่างต่อเนื่อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนเริ่มการประชุมในช่วงเช้า นายชัชชาติ พร้อมด้วยนายชัชชญา ขำจันทร์ ผอ.เขตลาดกระบัง และคณะผู้บริหาร ร่วมกันปลูกต้นทองอุไร ในโครงการ สวน 15 นาที เพื่อสร้างพื้นที่สีเขียวให้ กทม.และสร้างกำแพงป้องกันฝุ่นกว่า 150 ต้น
และก่อนลงพื้นที่ตรวจการก่อสร้างสำนักงานเขตลาดกระบังแห่งใหม่ นายชัชชาติ พร้อมด้วย นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก.เขตลาดกระบัง นายชัชชญา ขำจันทร์ ผอ.เขตลาดกระบัง ร่วมกันเกี่ยวข้าวในศูนย์การเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ โคก หนอง นาเขตลาดกระบัง

พร้อมทั้งร่วมรับประทานอาหารกับบุคลากรสำนักงานเขตลาดกระบัง จำนวน 5 ราย และอาสาสมัครเทคโนโลยี (อสท.) ผู้แทนชุมชน
ต่อมาในช่วงบ่ายนายชัชชาติพร้อมคณะ ลงตรวจความคืบหน้าการก่อสร้างสำนักงานเขตลาดกระบังแห่งใหม่และการก่อสร้างโรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร ซึ่งอยู่ในความดูแลของสำนักงานโยธา กทม. บริเวณซอยลาดกระบัง 15 ถนนลาดกระบัง ตรวจจุดปัญหาจราจรติดขัดและสะสมหนาแน่นจากการก่อสร้างสะพานยกระดับบริเวณถนนลาดกระบัง-หลวงแพ่ง และภายในซอยลาดกระบัง 54

เยี่ยมชุมชนหลวงพรต-ท่านเลี่ยม และชุมชนตลาดเก่าหัวตะเข้ ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์/ท่องเที่ยวเชิงวิถีชุมชน ตรวจจุดที่เป็นปัญหาพื้นที่น้ำท่วมขังและชำรุดซึ่งยังไม่ยกเป็นทางสาธารณะประโยชน์ภายในซอยสน.จรเข้น้อย และตรวจจุดเสี่ยงด้านความปลอดภัยการสัญจรของประชาชนเพื่อติดตั้งสัญญาณไฟจราจร/ทางข้ามถนน บริเวณถนนเลียบคลองมอญ สี่แยกวัดอุทัยธรรมารามและบริเวณถนนเจ้าคุณทหารบริเวณจุดตัด ถนนคุ้มเกล้าฝั่งเหนือและฝั่งใต้.




