เมื่อวันที่ 19 ก.พ. บริเวณถนนพระสุเมรุ หน้าวัดบวรนิเวศวิหาร เขตพระนคร นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดกิจกรรมปั่นจักรยานการกุศล “ปั่นส่งน้องเรียน” ครั้งที่ 1 พร้อมปล่อยตัวขบวนนักปั่น และร่วมปั่นจักรยาน โดยมีศาตราจารย์พิเศษ จรัญ ภักดีธนากุล ประธานกรรมการกองทุนเพื่อการศึกษา นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร นายพรชัย พรศิริโกศล ประธานกรรมการจัดกิจกรรมปั่นจักรยานการกุศล “ปั่นส่งน้องเรียน” และนางสาวสราญภัทร อนุมัติราชกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) ร่วมกิจกรรม

นายศานนท์ กล่าวว่า กิจกรรมปั่นจักรยานการกุศล “ปั่นส่งน้องเรียน” ครั้งที่ 1 ครั้งนี้ เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้น เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระเมตตาคุณในสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร และสืบสานพระปณิธานที่พระองค์ทรงส่งเสริมเยาวชนที่ด้อยโอกาส ผู้ตั้งใจเรียนดี มีความประพฤติดี มีความกตัญญู แต่ขัดสนทุนทรัพย์ให้มีโอกาสได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมจนจบปริญญาตรี

กิจกรรมนี้นอกจากจะทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่กล่าวแล้ว ยังสามารถส่งเสริมพัฒนาทางด้านคุณภาพชีวิต และทางด้านสุขภาพร่างกายพร้อมกันไปด้วย ถือเป็นการหลอมรวมจิตสำนึกของชาวกรุงเทพมหานครและประชาชนชาวไทยให้ตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษา และมองเห็นสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญควบคู่กันไป ซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครสนับสนุนในด้านต่าง ๆ อย่างเต็มที่ เพื่อให้การจัดกิจกรรมเกิดความปลอดภัยต่อนักปั่นทุกคน และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือแบบบูรณาการกับทุกภาคส่วน เพื่อให้การจัดกิจกรรมดำเนินไปได้ด้วยดีและยั่งยืน เพื่อให้เยาวชนได้มีพลังกาย พลังใจ มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ สามารถฝ่าฟันปัญหาอุปสรรคในอนาคตให้ผ่านไปได้

ทั้งนี้ คณะกรรมการกองทุนเพื่อการศึกษา มูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร ในพระบรมราชูปถัมภ์ ดำเนินงานจัดกิจกรรมปั่นจักรยานการกุศล “ปั่นส่งน้องเรียน” ซึ่งมีวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมเพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งที่ได้จากการจัดกิจกรรมมอบเป็นทุนการศึกษาแก่เยาวชนซึ่งด้อยโอกาส ให้มีการศึกษาที่ดี เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศชาติ
ซึ่งการปั่นจักรยานการกุศล “ปั่นส่งน้องเรียน” ครั้งนี้ ประกอบด้วย ระยะทาง 9.2 กิโลเมตร และระยะทาง 2.1 กิโลเมตร ในเส้นทางวัดบวรนิเวศวิหาร สนามหลวง สโมสรราชนาวี ข้างกระทรวงกลาโหม เสาชิงช้า และกลับสู่เส้นชัยวัดบวรนิเวศวิหาร.



