จัดเป็นอีกหนึ่งคู่รักที่หลายคนหลงรักหนักมากนางเอกสาว เชียร์ ฑิฆัมพร ควงแฟนหนุ่มสุดหล่อ ไฮโซบิ๊ก ธนพนธ์ มาเปิดโมเมนต์คู่สุดน่าอิจฉา พร้อมเปิดใจสาวเชียร์หลังเกิดอุบัติเหตุลื่นล้มจนเอ็นหัวเข่าฉีกทำเอาเจ้าตัวนอยด์ขั้นสุด เพราะกลัวร่างกายไม่กลับมาเป็นเหมือนเดิม อีกทั้งยังตอบเรื่องทายาท ซึ่งทั้งคู่ตอบทันทีว่าไม่มีแน่นอน ผ่านรายการคุยแซ่บshow แบบจัดเต็ม

บิ๊ก เผยว่า “4 ปีรักก็งดงามมาเรื่อยๆ ครับ 4 ปีนี้ก็แฮปปี้กันมาตลอด วาเลนไทน์ที่ผ่านมา ผมไปงานแต่งเพื่อนที่ต่างประเทศ เรื่องแต่งงาน มีคุยกันบ้าง ว่าจะประมาณเมื่อไหร่ อย่างเรื่องลูกฝั่งผมก็พอๆ กันกับเชียร์ แต่ยังไม่ได้นั่งคุยจริงจัง แต่เขาก็พอรู้ว่าอยู่ในตำแหน่งที่ไม่อยากมี ซึ่งคุณพ่อ คุณแม่เขาซัพพอร์ตเราอยู่แล้ว อะไรเราตัดสินใจคือชีวิตของเรา เขาก็โอเค”

เชียร์ เผยว่า “ จริงๆ เขาชวนไปที่ออสเตรียเลีย แต่เชียร์เพิ่งประสบอุบัติเหตุเอ็นเข่าขาด กำลังรักษาตัวอยู่ พูดง่ายๆ ไม่อยากเป็นภาระ บิ๊กเขาก็มีเซอร์ไพร้ส์นะคะ เขาเป็นคนรู้ว่าเชียร์ชอบทานของอร่อย โอกาสพิเศษเขาก็พยายามหาร้านใหม่ๆ มา แต่เรื่องหมดมุขแรกๆ ก็เป็นดอกไม้ ซึ่งดอกไม้ก็ต้องตัดเลย เพราะเชียร์ไม่ชอบดอกไม้ มันแห้งเหี่ยวแล้วรู้สึกว่ามันเปลืองไปนิดนึง แล้วช่วงเทศกาลมันยิ่งแพง เสียดายเงิน แล้วนางก็พยายามหาพวกกระเป๋าอะไรอย่างนี้ ชะนีมากก็ไม่ชอบ ไม่ใช้อีก ชอบกระเป๋าลุยๆ เอาเข้ากองได้ คือหมดมุขก็ไม่แปลกนี่ตัดช้อยไปประมาณล้านแปดแล้วเหมือนกัน จริงๆ มันไม่ควรจะเป็นเงินสดหรอก แต่มันหมดมุขจริงๆ เราก็คิดไม่ออก เขาก็คิดไม่ออก แล้วเหมือนพูดขึ้นมาว่านอนที่นี่ไปเลยไหมให้มันจบๆ แล้วมาจริง พอเงินมา ค่อยคิดของที่อยากได้ออก แล้วบอกให้เขาซื้อ ถามว่าบิ๊กขี้งกจริงไหม จริงๆ เขาเป็นคนใช้เงินเป็นมากๆ เป็นคนประหยัด ซึ่งเวลาเขาให้อะไรมา เราก็ให้กลับแหละ เรารู้ว่าเงินมันมีคุณค่าสำหรับเขามาก แต่เอาจริงๆ ถ้าเขาตั้งใจจะทำของขวัญอะไรให้เราแล้วมันมีมูลค่า คือเปย์มาอันนี้ก็เปย์แรงเหมือนกัน”

“ตอนอยู่โรงพยาบาลบิ๊กดูแลดีมากๆ ต้องขอบคุณเขามากๆ เชียร์อาจจะหายหน้า หายตาจากหน้าจอสัก 2-3 เดือน เพราะว่าไปผ่าตัดมา พอเกิดอุบัติเหตุตัวเอ็นไขว้หน้ามันขาด ตอนล้มมันเบามาก แต่เป็นจังหวะเข่ามันบิด แล้วกลายเป็รเอ็นขาด ช่วงนี้เพิ่งทิ้งไม้เท้า ทิ้งรถเข็นไป แล้วมันช่วยเหลือตัวเองได้ยากมาก เขาช่วยเราเต็มที่มากๆ บอกเลยถ้าไม่มีบิ๊กลำบากแน่ๆ 2 เดือนแรกก็ลำบาก มันงอเข่าไม่ได้ กล้ามเนื้อยังไม่กลับมา เดินยากพอสมควร ยกขาเองยังไม่ได้เลย ไม่มีแรง ต้องใช้แรงเขา เรื่องจิตตกกลัวกลับมาไม่เหมือนเดิมอย่างนั้นเลยค่ะ นอยด์เหมือนกัน จากคนที่สายเล่นกีฬา บู๊ ต่อยมวยหนักแค่ไหน ยังไม่เคยอุบัติเหตุหนักขนาดนี้เลย พอมันเจ็บอย่างนี้ มันกลายเป็นเราช่วยเหลือตีวเองไม่ได้ ก็กังวลมากว่าเราจะกลับมาซ่าได้เหมือนเดิมไหม ทำงานสนุกได้เหมือนเดิมหรือเปล่า มันกลายเป็นนอยด์แค่ยกขาตัวเองยังทำไม่ได้เลย ต้องขอบคุณเขา เขามาดูแลตลอด วันที่มันนอยด์มากๆ เขาก็อยู่ข้างๆ ตลอด เรารู้ว่าเขามีงานต้องทำ เขาก็จัดการให้ทำออนไลน์ได้ แล้วมาช่วยดูแล ตอนนี้โอเคขึ้น 80% ใช้ชีวิตได้ปกติ แต่ยังเล่นกีฬาไม่ได้ ยังงอเข่าไม่ได้ 100%”

เรื่องแต่งงานนะคะ เหมือนคุยเป็นภาพกว้างๆ แระมาณหนึ่งก่อน เหมือนเราต้องจัดการงานของแต่ละคน เพราะเราค่อนข้างชัดเจส มองเหมือนกัน ไม่ได้อยากมีทายาท สำหรับเชียร์มองว่า ตายแล้วกว่าชีวิตฉันจะรอดมาถึง 35-36 ปี มันเหนื่อยมากนะ ลูกเอ้ยอย่าได้เกิดมาเหนื่อยอย่างนี้เลยอย่าง คือจริงๆ ไม่ได้มองภาพแต่งงานสำหรับตัวเองด้วยซ้ำ ปล่อยฟรีเลย แต่งก็แต่ง ไม่แต่งก็ไม่เป็นไร แต่เรื่องมีลูก พอเริ่มโตมา ชีวิตนี้พอมีความสุขมันแป๊บเดียวเอง ที่เหลือเหนื่อยๆ เรื่องครอบครัวอยากอุ้มหลานไหมเคยคุยกับทางบ้านแล้ว เราก็เห็นแหละว่าเขาคงอยากมีหลาน แต่เขาก็เข้าใจเรา ถ้าเราตัดสินใจเขาคงรู้ว่าเราคิดมาแล้ว คือเราก็ใช้ชีวิตกันไปดูแลกัน เพราะว่าเรามีครอบครัวก็ดูแลในฝั่งครอบครัวของพวกเรากันด้วย ส่วนข่าวเรือนหอ 200 ล้าน ตอนนั้น เราไปดูเฉยๆ มีความสนใจ ที่ดินตรงนั้นมันต่อยอดได้ เพราะทางบิ๊กเขามีที่ดินของเขาอยู่แล้ว เราก็มีที่ดินของเรา แต่มันเป็นจังหวะที่เราไปดูด้วยกัน เราสนใจแต่ยังไม่ได้ซื้อ”