หากปรารถนาความสุขในชีวิตและการครองรัก ครองตน บัณฑิตท่านมอบคาถาประคองไว้ 4 อย่า คือ “อย่าใจเติบ เสิบสาน การจับจ่าย อย่าใจแตก แหลกสลาย หลายเมียผัว อย่าใจตก ทุกข์ภัย อย่างไหวกลัว อย่าใจต่ำ ทำชั่ว มั่วโลกีย์”
“อย่าใจเติบ เสิบสาน การจับจ่าย” โบราณท่านว่า คนใจเติบ เสิบสาน หาเท่าไรก็ไม่เต็ม ใจเติบ คือ เกินตัว ประเภทว่ากู้หนี้ เพื่อมากู้หน้า พอเกินตัว เดี๋ยวก็ทุกข์ เดี๋ยวก็เป็นหนี้ ไม่สบายใจ สุดท้ายก็จะทุจริต อย่าเสิบสาน ก็คือ อย่าสุรุ่ยสุร่าย จนเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว คืออุ้มชีวิตตัวเองไม่รอด หาเงินมาใช้หนี้ไม่ได้
“อย่าใจแตก แหลกสลาย หลายเมียผัว” มีเรื่องเล่าว่า ลูกชายคนหนึ่งขอร้องให้พ่อไปขอสาวให้ เมื่อรถกำลังเลี้ยวเข้าซอยบ้าน พอพ่อเห็นหลังคาบ้าน พ่อก็พูดว่า “ไม่ได้นะ นั่นน้องเอ็ง” 3 ปีผ่านไป ลูกชายไปเจอแฟนใหม่ที่โรงงานเดียวกัน ขอร้องพ่อไปขอสาวให้อีก พอเลี้ยวรถเข้าไปจอดหน้าบ้าน พ่ออ่านป้ายหน้าบ้าน แล้วพูดว่า “ไม่ได้นะ นั่นก็น้องเอ็ง” ลูกชายโมโหมาก กลับมาบ้าน โวยวายใส่แม่ “แม่นะตาบอดหูหนวก พ่อมีเมียน้อยตั้ง 2 คนรู้ไหม” แม่กอดลูกน้ำตาไหล กระซิบข้างหูลูกว่า “อย่าเสียงดังไป เขาก็ไม่ใช่พ่อลูก” สุดท้ายใจแตกแหลกสลายทั้งพ่อทั้งแม่
“อย่าใจตก ทุกข์ภัย อย่างไหวกลัว” อย่าทุกข์จนเกินจริง อย่าสุขจนเกินไป เหมือนคนที่เลิกกับแฟน คิดว่าเลิกก็เลิกไปสิ เมื่อใจตก ก็อย่าไปทุกข์จนไม่เป็นผู้เป็นคน โบราณว่า คนจะเสียคนอยู่ 2 คราว คือ คราวที่สุขที่สุด และคราวที่ทุกข์ที่สุด ส่วนใหญ่จะโน้มเอียงไปในคราวที่ทุกข์ที่สุด เวลาทุกข์ขึ้นมา มองเห็นใครก็เป็นศัตรูไปหมด เห็นใครก็กลัวว่าจะมาซ้ำเติม จึงเก็บตัว ซึมเศร้า สุดท้ายก็จบชีวิต
“อย่าใจต่ำ ทำชั่ว มั่วโลกีย์” คนใจต่ำ มักแสดงออกทางคำพูดและการกระทำ ดังนั้น อย่าให้ราคากับคนใจต่ำมาก และเราต้องระวังใจเราอย่าให้ต่ำ เหมือนน้ำที่ปกติไหลลงสู่ที่ต่ำ ใจคนก็เช่นกัน เราต้องประคองใจ รักษาใจไว้ให้ดี อยู่ในตำแหน่งสูงหรือตำแหน่งต่ำ ถ้าใจต่ำ ก็ทำชั่วได้หมด ที่เราอยู่กันทุกวันนี้ เพราะเราฝืน เราประคองใจของเราไม่ให้ตกต่ำ
บางครั้ง เราอย่าไปไล่ใครให้จนตรอก อย่าพูดให้ใครชอกช้ำ อย่าเหยียบย่ำให้ใครตกต่ำ เพราะเราเองก็ไม่รู้ว่า เราจะลงเมื่อไร การนิ่งเฉยคือวิธีที่ดีที่สุด เพราะกรรมและวิบากของแต่ละคน กฎแห่งกรรมจะเป็นผู้ตัดสินถ้าเราทำความถูกต้อง บริสุทธิ์ ไม่ต้องกลัวกรรม เพราะกรรมดีของเราทำงาน แต่ถ้าเราทำผิดระเบียบ เดี๋ยวกรรมก็ทำงานตามหน้าที่ไป
โลกีย์ตามโลกธรรม มี 8 อย่าง “สุขคู่กับทุกข์ สรรเสริญคู่กับนินทา มีลาภเสื่อมลาภ มียศเสื่อมยศ” มีสุขก็โลกธรรม มีทุกข์ก็โลกธรรม คนชมเรามากๆ ก็อย่าเหลิง และควรให้ความสำคัญกับคนที่ตำหนิเราด้วย บางครั้งคนที่ตำหนิเรา อาจชี้ขุมทรัพย์ให้เราก็ได้ รักใครก็อย่าหลง คนที่บ้านรอเราอยู่นะโยม..
…………………………………………………………
คอลัมน์ : ลานธรรม
โดย : พระสุธีวชิรปฏิภาณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ประธานพระธรรมวิทยากรเครือข่ายธรรมะอารมณ์ดี



