เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาในแวดวงไอทีโลกมีข่าวความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ เมื่อ “แอปเปิล” ยักษ์เทคระดับโลก ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ทิม คุก (Tim Cook) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ ซีอีโอ วัย 65 ปี จะก้าวลงจากตำแหน่งในวันที่ 1  ก.ย.นี้

ส่วนคนที่จะมารับไม้ต่อ สืบทอดตำแหน่ง พา “แอปเปิล” สู้ในศึกสมรภูมิเทคโนโลยี ที่เปลี่ยนแปลงเร็ว คือ จอห์น เทอร์นัส (John Ternus) รองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ 

“ทิม คุก” ได้เริ่มเข้ามาทำงานกับ “แอปเปิล” ในปี 1998 หรือ พ.ศ. 2541 และได้รับไม้ต่อ จาก “สตีฟ จ็อบส์” ที่ถือเป็นผู้นำจิตวิญญาณของ “แอปเปิล” ขึ้นเป็นซีอีโอ ตั้งแต่ปี 2011 หรือ พ.ศ. 2554 ตลอดเวลา 15 ปี ในตำแหน่งผู้นำสูงสุด เขาได้เป็นผู้เปลี่ยนผ่าน “แอปเปิล” จากบริษัทเน้นนวัตกรรมสู่มหาอำนาจทางเศรษฐกิจระดับโลก 

ทิม คุก

“ทิม คุก” เป็นผู้ดูแลการเปิดตัวผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ มากมาย รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่าง Apple Watch, AirPods และ Apple Vision Pro ตลอดจนบริการต่างๆ ตั้งแต่ iCloud และ Apple Pay ตลอดจนถึง Apple TV และ Apple Music เขายังมีบทบาทสำคัญในการขยายสายผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่เดิมอีกด้วย 

ภายใต้การนำของ “ทิม คุก” มูลค่าตามราคาตลาดของ “แอปเปิล” ได้เติบโตขึ้นจากประมาณ 350 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคิดเป็นการเพิ่มขึ้นมากกว่า 1,000% และรายได้ประจำปีได้เพิ่มขึ้นเกือบสี่เท่าตัว จาก 108 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีงบประมาณ 2011  หรือ พ.ศ.2554 เป็นมากกว่า 416 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีงบประมาณ 2025 หรือ พ.ศ.2568 

นอกจากนี้ การ “กุมบังเหียน” ของ “ทิม คุก” ได้พาแอปเปิล “แตกกิ่งก้านสาขา” ขยายฐานการดำเนินงานไปทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดเกิดใหม่ โดยปัจจุบันครอบคลุมมากกว่า 200 ประเทศและดินแดน  และเปิดให้บริการร้านค้าปลีกมากกว่า 500 แห่ง และได้เพิ่มจำนวนประเทศที่ลูกค้าสามารถเข้าไปเยี่ยมชม “แอปเปิล สโตร์” ได้มากกว่าสองเท่า และในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่ง แอปเปิลได้ มีพนักงานเพิ่มขึ้นกว่า 100,000 คน และมีฐานอุปกรณ์ที่ใช้งานอยู่เพิ่มขึ้นมากกว่า 2.5 พันล้านเครื่อง

ขณะเดียวกัน“Apple Services”  เป็นหนึ่งในส่วนที่ ทิม คุก” ให้ความสำคัญอย่างมาก  โดยในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่ง ธุรกิจกลุ่มนี้ได้เติบโตขึ้นจนกลายเป็นธุรกิจที่มีมูลค่ามากกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเทียบเท่ากับบริษัทใน Fortune 40   และ เขายังมีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์กลุ่มผลิตภัณฑ์อุปกรณ์สวมใส่ ของแอปเปิล  ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมถึงนาฬิกาและหูฟังที่ได้รับความนิยมสูงสุดในโลก และยังเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้แอปเปิล สร้างผลลัพธ์อันโดดเด่นต่อสุขภาพและความปลอดภัยของผู้ใช้งาน 

ภายใต้การนำของ “ทิม คุก” ทางแอปเปิล  ยังได้เปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้ชิปซิลิคอนที่ทางแอปเปิล เป็นผู้ออกแบบเอง ซึ่งช่วยให้บริษัทสามารถเป็นเจ้าของเทคโนโลยีหลักของตนเองได้มากขึ้น พร้อมทั้งส่งมอบความก้าวหน้าด้านการประหยัดพลังงานและประสิทธิภาพการทำงานในระดับชั้นนำของอุตสาหกรรม ซึ่งสร้างประโยชน์โดยตรงต่อผู้ใช้งานในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์

ขณะที่ในด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ภายใต้การนำของเขา บริษัทได้ลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนลงมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์จากระดับของปี 2015 หรือ พ.ศ.2558 ในช่วงเวลาที่รายได้ของบริษัทเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า  เขายังเป็นผู้สนับสนุนว่าความเป็นส่วนตัวคือสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานมาอย่างยาวนาน ได้ทำให้ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดที่ แอปเปิล ได้สร้างมาตรฐานด้านการปกป้องผู้ใช้งาน ที่ยังคงทำให้บริษัทโดดเด่นและแตกต่างจากส่วนอื่นๆ ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ที่ได้รับการกล่าวถึงเรื่องความปลอดภัยหรือซีเคียวริตี้ในการใช้งานระบบไอโอเอส

“ทิม คุก” ยังได้ผลักดันให้เกิดนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องในด้านการช่วยการเข้าถึง ด้วยความเชื่อและแนวคิดที่ว่า “ผลิตภัณฑ์ของ Apple ควรสร้างขึ้นมาเพื่อทุกคน” เขาได้ทำให้แนวคิดที่ว่า Apple ควรเป็นสถานที่ที่ทุกคนสามารถรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง ตลอดจนได้รับการปฏิบัติอย่างให้เกียรติและเคารพ กลายเป็นหัวใจสำคัญในการเป็นผู้นำของเขา

“ทิม คุก” ยังได้กล่าวถึง “จอห์น เทอร์นัส” ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของแอปเปิลไว้ว่า “จอห์น เทอร์นัส มีมันสมองของวิศวกร จิตวิญญาณของนวัตกร และหัวใจที่จะเป็นผู้นำด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและเปี่ยมด้วยเกียรติ เขาเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ซึ่งสร้างคุณูปการต่อ แอปเปิล ตลอดระยะเวลา 25 ปีที่ผ่านมาอย่างมากมายจนนับไม่ถ้วน และเขาคือบุคคลที่เหมาะสมอย่างไม่ต้องสงสัยที่จะนำพาแอปเปิลก้าวสู่อนาคต ผมเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมในความสามารถและคุณลักษณะของเขา และผมตั้งตารอที่จะได้ทำงานร่วมกับเขาอย่างใกล้ชิดในช่วงการเปลี่ยนผ่านนี้ รวมถึงบทบาทใหม่ของผมในฐานะประธานกรรมการบริหาร” 

สำหรับ “จอห์น เทอร์นัส” ผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุดคนใหม่นั้น ได้เริ่มเข้ามาทำงานกับแอปเปิลในทีมออกแบบผลิตภัณฑ์ ในปี 2001 หรือ พ.ศ. 2544 จากนั้นได้รับการโปรโมต ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งรองประธานฝ่ายวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ในปี 2013 หรือ พ.ศ. 2556 และเข้าร่วมทีมผู้บริหารในปี 2021 หรือ พ.ศ. 2564 ในตำแหน่งรองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมฮาร์ดแวร์

ก่อนที่จะมาร่วมงานกับ แอปเปิล เขาเคยทำงานเป็นวิศวกรเครื่องกลที่ Virtual Research Systems โดยเขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมเครื่องกลจากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย

จอห์น เทอร์นัส

 ตลอดระยะเวลาที่เขาทำงานที่ แอปเปิล เป็นเวลากว่า 25 ปี นั้น  เขาได้ดูแลงานด้านวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ให้กับผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่าพลิกโฉมวงการมากมายในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ และยังมีบทบาทสำคัญในการเปิดตัวสายผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มากมาย รวมถึง iPad และ AirPods ตลอดจนผลิตภัณฑ์อีกหลายรุ่นในกลุ่ม iPhone, Mac และ Apple Watch

ผลงานของ “จอห์น เทอร์นัส” ในส่วนของ Mac มีส่วนช่วยให้กลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ได้รับความนิยมไปทั่วโลกมากยิ่งกว่าช่วงเวลาใดๆ ในประวัติศาสตร์ 40 ปีที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงการเปิดตัว MacBook Neo เมื่อเร็วๆ นี้ด้วย

ถือเป็นแล็ปท็อปแบบใหม่หมดที่ถูกจับตาไปทั่วโลก ซึ่งช่วยให้ผู้คนทั่วโลกจำนวนมากขึ้นสามารถเข้าถึงประสบการณ์การใช้งาน Mac ได้ง่ายยิ่งขึ้น ความทุ่มเทของทีมงานของเขาได้เป็นที่ประจักษ์อย่างชัดเจนจากการเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ iPhone ที่ได้รับการพลิกโฉมใหม่ ซึ่งรวมถึง iPhone 17 Pro และ Pro Max ที่ทรงพลัง และ iPhone Air ที่บางเฉียบและทนทาน ทีมงานของเขายังได้ผลักดันความก้าวหน้าของ AirPods ให้กลายเป็นหูฟังแบบอินเอียร์ที่ดีที่สุดในโลก ด้วยระบบตัดเสียงรบกวนแบบแอคทีฟ ที่ไม่เคยมีมาก่อน ตลอดจนความสามารถในการเป็นระบบสุขภาพการได้ยินแบบครบวงจรที่สามารถทำหน้าที่เป็นเครื่องช่วยฟังได้ด้วย

ที่ผ่านมา “จอห์น เทอร์นัส” ถือเป็นคีย์แมนในการขับเคลื่อนความสำคัญในด้านต่างๆ แอปเปิล เช่น นำเสนอเทคนิคใหม่ๆ ที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ของแอปเปิล มีความทนทานเป็นอย่างยิ่ง เขายังเป็นผู้ขับเคลื่อนนวัตกรรมส่วนใหญ่ของ แอปเปิล ทั้งในด้านวัสดุและการออกแบบฮาร์ดแวร์ ซึ่งช่วยลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนจากผลิตภัณฑ์ของบริษัท 

อย่างไรก็ตามในปี 2569 นี้ ถือเป็นปีที่ทางแอปเปิลมีการฉลองครบรอบ 50 ปี จากการก่อตั้งเมื่อวัน 1 เม.ย. 2519 ในโรงรถของ “สตีฟ จ็อบส์” ที่คูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนีย และยังเป็นปีที่แอปเปิลได้มีการผลัดใบเปลี่ยนผู้นำคนใหม่ด้วย 

แม้การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ ทางนักวิเคราะห์จากทั่วโลกระบุว่าไม่ได้ผิดความคาดหมาย เพราะ “จอห์น เทอร์นัส” ถูกวางตัวให้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งอยู้แล้ว สิ่งสำคัญ คือต้องติดตามต่อว่า เขาจะพิสูจน์ตัวเองพาแอปเปิลประสบความสำเร็จเพิ่มขึ้นได้มากน้อยแค่ไหน ท่ามกลางความท้าทายครั้งใหญ่จากยุคปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่มองกันว่า แอปเปิล ยังก้าวช้ากว่าคู่แข่งรายอื่นๆ อยู่

เป็นสิ่งที่ต้องจับตามองกันต่อไป!?!

Cyber Daily