นาทีนี้ไม่มีเก้าอี้ตัวไหนในแวดวงโทรคมนาคมจะร้อนแรงไปกว่าตำแหน่ง “ประธาน กสทช.” ของ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ อีกแล้ว ภายหลังเจอสึนามิ ถล่มปมคุณสมบัติจนเป็นข้อถกเถียงระดับชาติ ที่ยืดเยื้อมานาน

จนล่าสุด ทาง คณะกรรมการสรรหา กสทช. มีมติเอกฉันท์ชี้ขาดปมปัญหา ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ขาดคุณสมบัติ จึงถือว่าได้สละสิทธิการเข้ารับตำแหน่ง กรรมการ กสทช. ตามมาตรา 18 ของ พ.ร.บ.กสทช.

วันนี้จะพาย้อนเส้นทางชีวิตและโปรไฟล์ไม่ธรรมดา ของ “นพ.สรณ  บุญใบชัยพฤกษ์” ที่ก้าวข้ามจากไลน์หมอเฉพาะทางระดับท็อป สู่บทบาทผู้นำองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ระดับแสนล้านในซอยสายลม

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจระดับอินเตอร์

นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ มีชื่อเล่น ว่า หมอไห่เกิดเมื่อวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2503 เริ่มต้นเส้นทางสายวิชาการด้วยการคว้าปริญญาตรี แพทยศาสตรบัณฑิต จากรั้วจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี 2526 ก่อนจะบินลัดฟ้าไปศึกษาต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา สั่งสมดีกรีเป็นแพทย์ประจำบ้านที่มหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย (USC) Medical Center 

นอกจากนี้คว้าประกาศนียบัตรแพทย์เฉพาะทางอายุรศาสตร์และโรคหัวใจจากสถาบันชั้นนำอย่าง Kaiser Foundation Hospital ลอสแอนเจลิส จนได้รับการรับรองจาก American Board of Cardiovascular Disease นอกเหนือจากนี้ยังเชี่ยวชาญขั้นสุดในด้านการสวนหัวใจเพื่อวินิจฉัยและรักษาจาก Hospital of the Good Samaritan เรียกว่าโปรไฟล์ด้านการแพทย์หัวใจและหลอดเลือดนั้นอยู่ในระดับ “แถวหน้า” ของประเทศไทย

อาจารย์แพทย์รามาฯ และคอนเนกชันบิ๊กธุรกิจ

หลังจากบ่มเพาะวิชาจากอเมริกา “หมอสรณ” กลับมารับบทบาทเป็นแพทย์และอาจารย์แพทย์ ประจำสาขาวิชาโรคหัวใจ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล  และเคยดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ความสามารถที่โดดเด่นทำให้เขาได้รับความไว้วางใจให้เป็นที่ปรึกษาโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำหลายแห่ง  ขณะที่ โปรไฟล์ในโลกธุรกิจก็ไม่แพ้กัน โดยเคยนั่งเป็นกรรมการในบริษัทเอกชนและรัฐวิสาหกิจยักษ์ใหญ่หลายแห่ง อาทิ องค์การเภสัชกรรม, บมจ.โรงพยาบาลพระรามเก้า, บมจ.ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) ฯลฯ

สู่วงการเมืองและเก้าอี้ผู้นำ กสทช.

ในด้านเส้นทางการเมืองของ นพ.สรณ เริ่มฉายแววเด่นชัดและเป็นที่จับตาในช่วงปี 2557–2562 เมื่อได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ทำหน้าที่กลั่นกรองกฎหมายสำคัญของประเทศ ควบคู่ไปกับการนั่งเก้าอี้กรรมการในคณะกรรมาธิการสาธารณสุข คณะกรรมาธิการพลังงาน และประธานคณะอนุกรรมาธิการสาธารณสุข สนช. ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คอนเนกชันทางการเมืองและสายสัมพันธ์ราชการของเขาแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

นอกจากนี้จากการที่เป็นหมอด้านโรคหัวใจมือท็อปของประเทศ ทำให้เขามีโอกาสได้เป็นผู้รักษานักการมือง ทหาร ตำรวจ ชื่อดัง หลายราย หนึ่งในนั้นก็คือ  “บิ๊กป้อม” พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ใหญ่ 3 ป. ก็เคยเป็นคนไข้ของหมอสรณ ทำให้คอนเนกชันแน่นปึ้กยื่งขึ้น

กระทั่งวันที่ 20 ธันวาคม 2564 วุฒิสภามีมติไฟเขียวเลือก นพ.สรณ เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการ กสทช. ในด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ก่อนที่เจ้าตัวจะได้รับการโหวตจาก กสทช.คนอื่นๆ ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งสูงสุดเป็น “ประธาน กสทช.” และมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 เมษายน 2565 โดยมีวาระการทำงานยาว 6 ปี

แต่ล่าสุดหนทางบนเก้าอี้ ประธาน กสทช. ต้องสะดุดลง เพราะคณะกรรมการสรรหา กสทช. ได้มีมติว่า เจ้าตัวขาดคุณสมบัติ ซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้ว่าเจ้าตัวจะดำเนินการฟ้องศาลปกครองหรือไม่? หลังนั่งประธาน กสทช. มา 4 ปี 

จากอดีตมือปราบโรคหัวใจที่คอยชุบชีวิตผู้ป่วย วันนี้ “นพ.สรณ” ที่หันเหชีวิตมาสวมหมวกผู้นำองค์กรอิสระท่ามกลางมรสุมข้อกฎหมายและกระแสตรวจสอบคุณสมบัติที่ทวีความรุนแรง จนคณะกรรมการสรรหา มีมติแล้วว่า เจ้าตัวขาดคุณสมบัติ  เกมยื้อเก้าอี้ร้อน กสทช. ครั้งนี้ จะจบลงด้วยการสู้สุดซอยในชั้นศาลปกครอง หรือจะต้องถอยฉากรูดม่านตามมติคณะกรรมการสรรหา

เส้นทางชีวิตของหมอหัวใจคนนี้กำลังเดินทางมาถึงจุดหักเหที่สำคัญที่สุดในชีวิตครั้งหนึ่งแล้ว!