เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ที่รัฐสภา นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) มลพิษทางน้ำข้ามแดน แถลงก่อนการประชุม กมธ. ว่า วันนี้ได้เชิญนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เข้าร่วมหารือถึงประเด็นปัญหามลพิษทางน้ำข้ามแดน ในประเด็นการเซ็น TOR ระหว่างไทย-เมียนมา ที่มีข้อกังวลเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นการห้ามเปิดเผยข้อมูล ถ้าไม่ได้รับการยินยอมจากทั้งสองฝ่ายเป็นลายลักษณ์อักษร และหากจะแถลงข่าวใดๆ ได้ ทั้งสองฝ่ายจะต้องเซ็นยินยอมก่อน ทั้งที่ควรเป็นการเซ็นเอกสารทั้ง 2 ฝ่าย ยินยอมให้มีการเปิดเผยทุกการตรวจสอบมากกว่า  

นายสุชาติแจ้งว่าติดภารกิจ จึงขอให้ ทส.แจ้งวันที่รัฐมนตรีสะดวกมา เพราะนอกจากสารพิษปนเปื้อนในแม่น้ำแล้วยังตกค้างในดินตะกอน มีการตรวจพบสารหนูในพื้นที่เพาะปลูก เกินค่ามาตรฐานที่กำหนดที่ 25 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ก็พบสูงถึง 164 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ซึ่งกรมพัฒนาที่ดินมีข้อมูลอยู่แล้วว่าผลการตรวจเกินมาตรฐาน แต่ก็ยังให้ดำเนินการต่อ ปล่อยให้เกษตรกรรับมือในส่วนนี้ และ รมว.ทส.กลับละเลยเพิกเฉยต่อปัญหานี้ ทั้งยังไม่มารับฟังสิ่งที่ทางอนุ กมธ.ศึกษามาอย่างละเอียด พร้อมข้อเสนอแนะ

นายภัทรพงษ์ กล่าวว่า บทบาทของรัฐบาลเรื่องแม่น้ำเป็นพิษถือว่าน้อยมาก เราเริ่มตั้งแต่ก่อนจะคุยกับเมียนมาและจีน และนายอนุทินก็พูดเองว่า ไม่ได้คุยเรื่องนี้กับจีน ถือว่าเป็นการเสียโอกาสของคนไทยโดยใช่เหตุเพราะเราทราบกันดีอยู่แล้วว่า แร่ที่นำเข้ามาจากเมียนมาผ่านไทย สุดท้ายก็ส่งไปที่จีน และเมื่อพบกับรัฐบาลเมียนมา เราควรมีมาตรการที่ชัดเจนมากกว่านี้เพราะเราคุยกับเขาตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ถึงปัจจุบันเรากลับได้ TOR ที่เนื้อหาไม่ได้มีอะไรผูกมัดเลย และชัดเจนว่าทางเมียนมาไม่ได้มีข้อผูกมัดหรือแนวทางการตรวจต้นตอของเหมืองว่าบำบัดน้ำอย่างไร ไม่มีข้อผูกมัดเรื่องการตรวจสอบห่วงโซ่ของการส่งออกแร่มาไทย ไปจีน ว่าเป็นไปตามกฎหมายอย่างไร เราพลาดโอกาสนี้ด้วยความไม่รู้ ไม่เข้าใจปัญหาและความละเลยต่อปัญหาของรัฐบาลไทย

เมื่อถามว่า ที่ผ่านมานายสุชาติ พยายามตั้งทีมติดตาม และแก้ปัญหานี้ แต่เหมือนจะไม่มีความคืบหน้า นายภัทรพงษ์ กล่าวว่า มีการตั้งคณะอนุกรรมการจัดการปัญหาเรื่องน้ำข้ามแดน ประชุมครั้งล่าสุดเมื่อเดือน เม.ย. และที่หนักที่สุดคือคณะทำงานการเจรจาระหว่างประเทศ ไม่เคยมีการประชุมเลย เพราะฉะนั้นทำไมเราถึงแสดงออกในเรื่องของการต่างประเทศไม่ว่าจะกับจีนหรือเมียนมาได้แย่มาก เพราะคณะทำงานที่ตั้งขึ้นมาเพื่อจัดการปัญหานี้ไม่เคยประชุมกันสักครั้ง จึงไม่มีทางที่เราจะเจรจาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขอเรียกร้องให้รัฐบาลและ รมว.ทส. ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำในพื้นที่แม่น้ำกก สาย รวก โขง สาละวิน และกระบุรี ซึ่งได้รับผลกระทบจากสารพิษที่เกี่ยวข้องกับการทำเหมืองในประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมขอให้สื่อมวลชนและประชาชนร่วมส่งเสียงสะท้อนถึงรัฐบาล เพื่อให้เร่งแก้ไขปัญหาและใช้กลไกของสภาผู้แทนราษฎรในการคุ้มครองประชาชนและสิ่งแวดล้อมของประเทศ.