มอบหมายให้ สส.รวบรวมข้อมูลและประเด็นที่เกี่ยวข้องเสนอส่วนกลาง ปักธงล็อคเป้ามุ่งไปที่นโยบายรัฐบาลที่ผิดพลาด และข้อครหาทุจริตที่ปรากฏต่อสาธารณะ ทั้งคดีฉาวฮั้วเลือก สว.,ทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น และโครงการ TH-Passport

แต่ “ฝ่ายค้าน”ยังอุบไต๋ไม่เปิดข้อสอบหมดว่าจะเชือดใครบ้างบนเวทีซักฟอก ในรูปแบบรายบุคคลหรือทั้งคณะรัฐมนตรี(ครม.) แต่ในทางการเมืองเป็นอันรู้กันดีว่า คนแรกเป้าหลักหนีไม่พ้น “ผู้นำประเทศ” อนุทิน ชาญวีรกูล เพราะเป็นทั้งนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ที่มีแต่สาระพัดเรื่องฉาว ที่พยายามตัดตอน ให้ความผิดอยู่แค่ข้าราชการ ไม่ให้มาถึงฝ่ายการเมือง และโยนเผือกร้อนให้ท้องถิ่น โดยที่ส่วนกลางไม่ต้องรับผิดชอบในคำสั่งของตัวเอง

คิวถัดไปหนีไม่พ้นอีกคนสำคัญที่จะผ่านเลยไปไม่ได้เด็ดขาด “ไชยชนก ชิดชอบ” รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม “หัวหน้าแก๊งลูกเทพ” กล่องดวงใจของ “เนวิน ชิดชอบ” ผู้มีบารมีเหนือรัฐบาล

กับโครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1,600 ล้านบาท ที่การจัดซื้อจัดจ้าง ส่อว่ามีการล็อกสเปกให้พวกพ้องเครือข่ายมารับงานไป และยังต้องถูกถามถึงความคุ้มค่ากับงบประมาณที่ต้องจ่าย

ด้าน “หัวหน้ารัฐบาล” ยืนยันว่ารัฐมนตรีทุกคนมีความพร้อมชี้แจงตอบข้อสงสัยสิ่งที่ฝ่ายค้านรู้สึกว่าไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีหลายท่านที่ถูกพาดพิงพร้อมที่จะตอบให้เกิดความชัดเจนต่อประชาชน อะไรที่เกี่ยวข้องกับผลการทำงานของรัฐบาลนี้ เราก็ตอบแต่อะไรไม่เกี่ยวข้องเราก็ไม่ตอบ อย่างเรื่องฮั้วสว.ถามตนไม่ได้ ตนอยู่ฝ่ายบริหาร มันมีความพยายามจะให้มาเกี่ยวโยงกับรัฐบาลก็คงเป็นการพยายามทำให้รัฐบาลขาดความเชื่อมั่น อย่าคิดมาก ทุกอย่างอยู่ที่ผลการเลือกตั้ง จริงๆแพ้เลือกตั้งก็ต้องยอมรับกติกาก็ตรวจสอบไปอย่าอยู่นอกเกม

อีกคดีฉาวโด่งดังไปทั่วประเทศ ที่ไม่พูดถึงไม่ได้ 

คือคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นฉาวไม่จบไม่สิ้น เพราะล่าสุด “นายกเฮง“ วีระเดช ภู่พิสิฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ลำพูน เดือดควันออกหู ออกโรงแฉส่วนกลาง อย่างคณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก กลาง) ไร้พยาน หลักฐานที่ชัดเจน มีเพียงรายชื่อ กับคำสั่งของตัวเองให้เซ็นปลดข้าราชการที่เข้าข่ายทุจริตสอบท้องถิ่น ออกจากราชการ และกดดันให้รีบเซ็นปลดข้าราชการระดับล่าง แต่ไม่จัดการกับผู้เกี่ยวข้องระดับบน

งานนี้คนรับผิดชอบหลักโดยตรงอย่าง “รองปลัดเซมเบ้” นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) รีบออกมาชี้แจงทันที ว่า ไม่ต้องกังวลขนาดนั้น ก่อนจะไปถึงขั้นตอนของจังหวัด สถ. และ คณะกรรมการ ก กลางได้ทำหน้าที่ครบขั้นตอนของตนเองเรียบร้อย ตนเข้าใจนายกอบจ.ลำพูน และไม่ใช่ตนแน่นอนที่ไปกดดัน ต้องมีใหญ่กว่าตนแล้วแหละ เพราะการเซ็นปนะเภทนี้จะไปบังคับใครให้เซ็นไปก่อนเป็นไปไม่ได้ เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง

แต่ละเรื่องโอ้ละพ่อทั้งนั้น หากวิเคราะห์ในเชิงยุทธศาสตร์การอภิปรายที่กำลังจะมีขึ้นนี้ ในเชิง “เกมการเมือง” ฝ่ายค้านน่าจะไม่แตะรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย เป้าใหญ่น่าจะเป็นรัฐมนตรีในส่วนของพรรคภูมิใจไทยเป็นหลัก หากคาดหวังว่า ศึกซักฟอกครั้งนี้ จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หากรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย

ไม่สามารถชี้แจง เคลียร์ข้อสงสัยได้ เมื่อถึงวันลงมติได้รับเสียงไว้วางใจไม่ถึงกี่งหนึ่งของ สส.ในสภา เป็นเหตุให้นายกฯและรัฐมนตรีทั้งคณะต้องพ้นตำแหน่งตามไปด้วย ซึ่งรัฐบาลอดีตยังไม่เคยเกิดขึ้น คงต้องติดตามกันต่อไป